“กองทัพ” ถึงเวลาต้องทบทวนการปกครองบ้านเมืองกันใหม่

0
740

นับตั้งแต่การรัฐประหาร 2557 ประชาชนต่างคาดหวังคณะรัฐประหารกันอย่างมากมาย ในการฟื้นฟูชาติบ้านเมือง เห็นประชาชนไทยเป็นศูนย์กลางของการปฏิรูปบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงแรก มีการจัดตั้งคณะปฏิรูป 11 ด้าน และหวังว่าคณะดังกล่าวจะเป็นผู้วางหลักการปฏิรูป แต่เมื่อเริ่มตั้งคณะก็ไม่ได้เรื่องเสียแล้ว เพราะบุคลากรที่เข้ามา ล้วนแต่ไม่เข้าใจในองคาพายพของบ้านเมือง แต่ยึดติดกับแนวคิดกลุ่มผลประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มทุนผูกขาด แม้ในช่วงแรกอาจเห็นไม่ได้ชัด แต่เบื้องลึกแล้วกลุ่มทุนผูกขาดต่างก็เคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้การปฏิรูปโน้มเอียงไปเพื่อประโยชน์สำหรับประชาชน แต่เข้ามาผลักดันทุกวิถีทางให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้โน้มเอียงไปเพื่อผลประโยชน์สำหรับกลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติเท่านั้น

การรัฐประหาร 2557 ถ้าว่าไปแล้ว การรัฐประหารครั้งนี้สนับสนุนโดยประชาชน นายทหารหลายท่านปรารถนาให้เกิดการคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง และเมื่อยึดอำนาจเบ็ดเสร็จแล้ว ก็ปรารถนาให้มีการดำเนินการบริหารบ้านเมืองภายใต้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งตนเองเป็นหลักชัย ไม่เอาทุนนิยมมาบริหารบ้านเมือง แต่ก็ไม่ปฏิเสธการค้าเชิงพาณิชย์ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นฐานประชาชนเป็นศูนย์กลาง

แต่เมื่อรัฐประหารแล้ว กลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติ กลับฉวยโอกาสเข้าแทรกแซงเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจสนองผลประโยชน์ของตน เพราะได้โอกาสที่สามารถล้มรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นอุปสรรคของกลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติ ที่ถูกตรวจสอบโดยภาคประชาชนอย่างเข้มแข็ง ดังนั้น โครงการกินชาติและโครงการขายชาติจึงไม่สามารถผุดขึ้นมาได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 เลย ฉะนั้น การล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 จึงเท่ากับเปิดทางให้กับกลุ่มทุนเหล่านี้เข้ามาแทรกแซงและเข้าครอบครองบ้านเมือง

รัฐบาลของคณะรัฐประหารในชุดแรกจึงมีอุปสรรคต่อการได้รับการต่อต้านและพยายามสลายให้มีการเปลี่ยนแปลงและปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันคนที่รับใช้ทุนสามานย์เข้ามาบริหารบ้านเมือง และใช้อำนาจของคณะทหารที่ทำรัฐประหารเป็นเครื่องมือ คณะทหารหลายท่านที่ต่อต้านต้องหลุดออกจากตำแหน่ง ดังนั้น กลุ่มทุนเหล่านี้จึงเข้าแทรกแซงอย่างเต็มร้อย

เมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรี และนำ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มานั่งคุมทีมเศรษฐกิจ และวางคนของทีมนายสมคิดเข้าควบคุมกระทรวงเศรษฐกิจทุกกระทรวง เมื่อนายสมคิดถูกวางตัวมาเช่นนี้ นั่นย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า กลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติเข้ามามีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จแล้ว

ปรากฏการณ์นี้มองได้จากการเปิดทางให้กับกลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มข้ามชาติ โดยเฉพาะการผุดโครงการยักษ์ที่ต้องใช้งบประมาณสูงเพื่อสนองกลุ่มทุนข้ามชาติ การผลักดันให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี และการตีกรอบการทำกินของประชาชนที่ค้าขายอย่างพอเพียง เลี้ยงชีพรายวัน เข้าไปอยู่ในกรอบของกลุ่มทุน การค้าขายอย่างอิสระของประชาชนจะเกิดอุปสรรคจากแรงกดดันภาครัฐ และผลที่สุดการค้าขายอย่างอิสระของประชาชนจะล้มลงไปเอง นั่นคือ เลิกกิจการ

คงไม่ต้องวิจารณ์มากมายนัก เพราะประชาชนย่อมเข้าใจดีในสถานการณ์บ้านเมือง แต่ปรารถนานี้ขอชี้ช่องว่า การเดินตามกลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติ มันไม่สามารถแก้ไขรากฐานของประเทศได้ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เมื่อประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ก็จะมีผลกระทบต่อประเทศชาติและความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรไทย เพราะผู้ได้ประโยชน์คือกลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติเท่านั้น

วันนี้ ประชาชนไม่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาลนี้อีกต่อไปแล้ว

แต่ประชาชนยังคงฝากความหวังไว้กับ “กองทัพและคณะทหาร” ว่า ประเทศชาติต้องทบทวนกันใหม่อีกครั้ง เพื่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรไทย

@ สยามสิน วลิตวรางค์กูร

ทิ้งคำตอบไว้