สรรหา ดีดี การบินไทย ต้องเลือกผู้ปกป้องและทวงคืนสายการบินแห่งชาติ

0
1725

ตามที่ สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ www.siamfocusnews.com ได้เกาะติดการสรรหา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) อย่างไม่กระพริบตา เพราะนี่คือข้อพิสูจน์ว่า บริษัทการบินไทยจะถูกนอมินีของกลุ่มทุนสายการบินที่อิงการเมืองที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนส่งเข้ามาเป็น ดีดี เพื่อมาทำลายบริษัทการบินไทยให้กลายร่างเป็นเพียงหน่วยงานบริการด้านเอกสารให้กับสายการบินเอกชนเท่านั้นอย่างที่เคยเป็นมาแล้ว และหากเป็นไปได้ก็หวังทำให้บริษัทการบินไทยขาดทุนย่อยยับเพื่อบีบให้กระทรวงการคลังขายหุ้นทิ้งให้กลุ่มทุนสายการบินเอกชน นั่นเท่ากับแผนการดังกล่าวบรรลุผล

ย้อนกาลเวลาถึงขบวนการทำลายการบินไทย เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2544 โดยคณะกรรมการการบินไทยในขณะนั้นมีมติให้การบินไทย แยกหน่วยธุรกิจออกมา 5 หน่วย ประกอบด้วย 1.ช่าง 2.คาร์โก้ 3.โภชนาการหรือครัวการบิน 4.บริการอุปกรณ์ภาคพื้น และ 5.หน่วยบริการลูกค้าบนเครื่องและพื้นดิน มีพนักงานรวมกันทั้งสิ้น 14,000 คนในขณะนั้น เพื่อหวังทำให้ธุรกิจหลัก (Core Business) เหลือเพียงสำนักงานใหญ่ นักบินและลูกเรือ คณะกรรมการฯขณะนั้นอ้างว่า เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน

แผนการแยกสลายการบินไทย ได้รับการต่อต้านจากพนักงานบริษัทการบินไทย เพราะผู้บริหารในขณะนั้นหวังบีบให้พนักงานลาออก ต่อมา สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย มีมติให้ยับยั้งแผนดังกล่าวของการบินไทย โดยส่งตัวแทนสหภาพฯเข้าพบ นายสมใจนึก เองตระกูล กรรมการบริษัทการบินไทย ปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เพื่อยื่นหนังสือให้คณะกรรมการการบินไทยยับยั้งแผนการในครั้งนั้น หากคณะกรรมการไม่ยอมยับยั้ง สหภาพฯจะทำเรื่องร้องกระทรวงแรงงานและศาลแรงงาน

แผนการสลายการบินไทย ยังพุ่งเป้าหมายไปที่ การลดการถือหุ้นของกระทรวงการคลังต่อบริษัทการบินไทยให้ลดลงเหลือไม่ถึง 50% ซึ่งจะทำให้บริษัทการบินไทยในฐานะรัฐวิสาหกิจกลายเป็นเอกชน และไม่ต้องถูก ป.ป.ช.และ สตง. รวมทั้งไม่ต้องอยู่ในอำนาจการตรวจสอบของรัฐสภา ซึ่งจะเกิดผลที่สำคัญคือมีอำนาจครอบงำกิจการของชาติ 100% จึงเป็นการยึดประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ และทำให้คนไทยทั้งประเทศตกเป็นทาสโดยไม่ต้องโงหัวอีกต่อไป

หากการบินไทยพ้นสภาพจากรัฐวิสาหกิจแล้ว ก็จะมีเจ้าหนี้มาทวงหนี้ จะเป็นผลให้ต้องเพิ่มทุนตามที่วางแผนกันและกระทรวงการคลังก็จะไม่เข้าไปถือหุ้นเพิ่ม จากนั้นกลุ่มทุนสายการบินที่อิงการเมืองก็จะเข้าไปถือหุ้นแทน แล้วปั่นหุ้นกันสนุกมือ รวมทั้งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจนมีอำนาจควบคุมอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น แผนการที่เกิดขึ้นและต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ คือการทำให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขาดทุนย่อยยับ โดยมีนัยยะทำลายสายการบินแห่งชาตินั่นเอง

ฉันใดฉันนั้น การสรรหา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จึงต้องเลือกผู้ที่จะมาปกป้องและทวงคืนสายการบินแห่งชาติเท่านั้น

ล่าสุด รายงานข่าวจากบริษัทการบินไทยเปิดเผยว่า การรับสมัครเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่ได้ประกาศเปิดรับผู้สมัครในรอบที่สอง โดยกำหนดกรอบเวลาการรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน 2560 โดยระหว่างนี้ มีผู้สมัครจำนวน 1 ราย คือ ดร.ศักราช เม่นทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิมโก้ ชิ๊ปยาร์ด จำกัด

ต่อมาคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ขยายเวลาการรับสมัครรอบที่สองออกไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ในช่วงเวลานี้ มีรายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่าการรับสมัครรอบที่สองมีจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย ดร.ศักราช เม่นทอง และอีก 4 รายคือผู้สมัครรายเดิมที่ไม่ผ่านคุณสมบัติในรอบแรก ได้ใช้สิทธิสมัครในรอบที่สองในช่วงขยายเวลาการรับสมัคร จึงมีผู้สมัครในรอบนี้ 5 ราย แต่เมื่อถึงวันครบกำหนดช่วงเวลาการรับสมัครในวันที่ 20 ตุลาคม 2560 แล้ว ไม่มีผู้สมัครเพิ่ม ทางคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ประกาศขยายเวลารับสมัครออกไปอีกจนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 อันเป็นการขยายเวลาสองครั้งในรอบที่สอง

แต่เมื่อถึงกำหนดรับสมัครในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ทางคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ประกาศขยายเวลาไปอีกครั้งไปจนถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2560 อันเป็นการขยายเวลาครั้งที่สามในรอบที่สอง ซึ่งมีรายงานข่าวจากบริษัทการบินไทยเปิดเผยว่า การขยายเวลาเพื่อเปิดโอกาสสูงสุดให้กับผู้สนใจสมัครเข้ารับการสรรหาจนกว่ากรอบเวลาจะสิ้นสุดลง และคาดว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ยัง เปิดโอกาสเพื่อให้เวลากับ นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย เตรียมตัวส่งมอบงานให้กับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ที่ได้รับการสรรหาแล้ว ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า นางอุษณีย์ อาจจะขยับไปดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทการบินไทยแทนตำแหน่งที่ว่างลง

รายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่าการรับสมัครรอบที่สองมีจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย ดร.ศักราช เม่นทอง และอีก 4 รายคือผู้สมัครรายเดิมที่ไม่ผ่านคุณสมบัติในรอบแรก ได้ใช้สิทธิสมัครในรอบที่สองในช่วงขยายเวลาการรับสมัคร และเมื่อขยายเวลาครั้งที่สองในรอบสองถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 แล้วยังมีผู้สมัครในรอบนี้ 5 รายเช่นเดิม

สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ www.siamfocusnews.com ได้สัมภาษณ์ ดร.ศักราช เม่นทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิมโก้ ชิ๊ปยาร์ด จำกัด ผู้สมัครรายใหม่ ถึงบทบาทที่จะปกป้องและนำพาบริษัทการบินไทยสู่สายการบินแห่งชาติ ว่า การบินไทยนั้นเป็นของประชาชนไทยทุกคนและเป็นของชาติ ไม่ใช่เป็นของกลุ่มทุนเอกชนหรือกลุ่มทุนการเมือง ที่ผ่านมาได้เห็นขบวนการที่จะทำให้การบินไทยอ่อนแอมาโดยตลอด และมีกลุ่มทุนหลายกลุ่มและกลุ่มทุนการเมืองหวังเข้ามาแปรรูปและเข้ามายึดครองการบินไทย ซึ่งท่านทั้งหลายที่ติดตามเรื่องราวการบินไทยย่อมทราบดี เพราะปรากฏการณ์ที่เห็นคือการทำให้การบินไทยขาดทุน แล้วบีบให้กระทรวงการคลังถอนหุ้นในที่สุด

Sakarat
ดร.ศักราช เม่นทอง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิมโก้ ชิ๊ปยาร์ด จำกัด
————————-

“ผมขอให้กำลังใจ ท่านสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และท่าน พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง รักษาการประธานคณะกรรมการบริษัทการบินไทยฯ ในการร่วมกอบกู้บริษัทการบินไทย เพื่อนำพาสู่สายการบินแห่งชาติ ที่ผมมาสมัครครั้งนี้มีเจตนาที่จะใช้ความรู้ความสามารถในการปกป้องและกอบกู้การบินไทยไม่ให้มีการแปรรูปและนำพาสู่สายการบินแห่งชาติ สร้างรายได้ให้กับกระทรวงการคลังและสร้างความมั่นคงให้กับพนักงานการบินไทย และจะส่งเสริมให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย และสหกรณ์พนักงานการบินไทยเข้ามามีบทบาทเป็นเจ้าของบริษัทการบินไทยอย่างสมบูรณ์ และร่วมกันเป็นปราการปกป้อง ไม่ให้กลุ่มทุนการเมืองและกลุ่มทุนสายการบินเอกชนมาทำให้บริษัทการบินไทยอ่อนแอ” ดร.ศักราช เม่นทอง กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้