“พรรคเพื่ออนาคต” ค้านใช้เหตุผลการเมืองนิรโทษกรรม

0
790

จากกรณีที่มีสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. นิรโทษกรรมให้กับประชาชนทุกสีเสื้อที่มีคดีความเพราะเห็นต่างทางการเมือง โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 หรือผ่านทาง สนช.พิจารณาเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด โดยให้เหตุผลว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความปรองดองตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น ช่วยลดความขัดแย้งในบ้านเมืองก่อนที่จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ปนั้น

%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%8a-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c

นายพูลเดช กรรณิการ์ หัวหน้าพรรคเพื่ออนาคต ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อแสนอและเหตุผลของ สมาชิก สปท. และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพราะแม้จะมีนิรโทษกรรม ก็ใช่ว่าความขัดแย้งทางการเมืองจะลดลงไป และทุกฝ่ายจะหันหน้ามาปรองดองกันได้ เพราะความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นและสะสมมากขึ้นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งให้มีขึ้น และมีการเติมเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ๆเข้าไปตลอดเวลา จากที่แต่เดิมเป็นความขัดแย้งในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ของนักการเมือง ต่อมาก็ถูกเติมความขัดแย้งในเรื่องประชาธิปไตย ความไม่เป็นธรรมเข้าไป จนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนสองสีเสื้อ และประชาชนแต่ละภาค รวมทั้งยังลามไปขัดแย้งในเรื่องสถาบันสำคัญของชาติ หรือแม้แต่เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง ทุกเรื่องก็ดราม่าสร้างเป็นความขัดแย้งไปหมด จนคนในชาติแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ

หัวหน้าพรรคเพื่ออนาคต กล่าวอีกว่า ต่อให้นิรโทษกรรมทางการเมืองแก่ทุกสีทุกขั้ว ก็ไม่อาจยุติความขัดแย้งลงได้อย่างถาวร ในตรงกันข้าม หากมีการนิรโทษกรรม ทุกคนทุกฝ่ายก็จะเป็นอิสระ หลุดพ้นจากพันธนาการของคดีความ ซึ่งไม่นานแต่ละฝ่ายก็จะกลับมาทำสงครามการเมืองกันใหม่เพื่อแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองกันอีกครั้ง ซึ่งขอทำนายไว้เลยว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าคือจุดเริ่มต้นสงครามการเมืองครั้งใหม่

หัวหน้าพรรคเพื่ออนาคต เห็นว่า การยุติความขัดแย้งทางการเมืองด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดจริงจัง คือ การยุติความขัดแย้งที่ได้ผลเป็นรูปธรรมที่สุด ดังที่ปรากฏความสงบทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ ส่วนการนิรโทษกรรมเพื่อยุติความขัดแย้งในกรณีของการเมืองไทย เป็นแค่วาทกรรม หรือเรื่องดราม่าเท่านั้น ขณะที่การปรองดองนั้นไม่ต้องพูดถึง ยังอีกยาวไกล เอามาพูดรวมเป็นเรื่องเดียวกันกับการยุติความขัดแย้งไม่ได้ คือ ต้องลดความขัดแย้งให้เหลือน้อยที่สุดไประยะหนึ่งก่อน การปรองดองจึงค่อยตามมา

“ผมคิดว่าข้อเสนอนิรโทษกรรม เป็นเพียงความพยายามช่วยเหลือพวกพ้อง เพื่อถนอมตัวบุคคลไว้ สะสมกำลังรบครั้งใหม่แค่นั้น ส่วนที่อ้างว่านิรโทษกรรมประชาชนนั้น ประชาชนทั่วไปที่แม้จะเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง แต่ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับความรุนแรง ไม่ได้เผาศาลากลาง ไม่ได้เผาเมือง ไม่ได้บุกยึดโน่นนี่ ไม่มีใครโดนคดี ที่โดนคดีก็มีแต่แกนนำและฮาร์ดคอร์เท่านั้น จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการนิรโทษกรรมประชาชน” หัวหน้าพรรคเพื่ออนาคต กล่าวและว่า แต่ถ้าหากจะนิรโทษกรรมกันจริงๆ ต้องไม่นำเหตุผลในมิติทางการเมืองมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการยุติหรือลดความขัดแย้ง หรือการปรองดอง เพราะไม่ให้ผลเช่นนั้น และจะทำให้การนิรโทษกรรมเสียของ ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ โดยจะต้องใช้เหตุผลอื่นที่มิใช่เหตุผลทางการเมือง เพราะความขัดแย้งทางการเมืองในบ้านเราสะสมรุนแรงจนเหตุผลทางการเมืองก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้

“ผมขอเสนอท่านนายกฯว่า หากจะมีการนิรโทษกรรมเกิดขึ้น ควรนิรโทษด้วยเหตุผลวโรกาสอันเป็นมหามงคล คือ การขึ้นทรงราชย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 หรือวโรกาสบรมราชาภิเษกที่จะมีขึ้นในอนาคต ซึ่งผมเชื่อว่าหากนิรโทษด้วยเหตุผลนี้ จะเป็นการนิรโทษกรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ความขัดแย้งยุติลงและการปรองดองเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน” หัวหน้าพรรคเพื่ออนาคต กล่าว

ด้าน นายสยามสิน วลิตวรางค์กูร เลขาธิการพรรคเพื่ออนาคต กล่าวด้วยว่า ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ดำเนินการทางการเมืองมาถูกทางแล้วเพื่อให้ประเทศสงบสุข ความเป็นสีเสื้อกำลังยุติลง แต่ก็มีกลุ่มการเมืองพยายามที่จะปลุกสีเสื้อขึ้นมาอีก โดยอ้างถึงความปรองดอง ทั้งที่ในความเป็นจริง หัวหน้ากลุ่มขั้วการเมืองที่สร้างปัญหาให้กับบ้านเมืองได้ถูกดำเนินคดี และพยายามอ้างเหตุผลร้อยแปดเพื่อปลดล็อกตัวเองให้พ้นคดี เพราะตามรัฐธรรมนูญใหม่ หากประกาศใช้ จะทำให้กลุ่มขั้วการเมืองเหล่านี้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จึงพยายามออกมาเคลื่อนไหวดิ้นรนทางการเมือง โดยอ้างประชาชนมาเป็นเกราะกำบังเท่านั้น ดังนั้น ขอสนับสนุน ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ดำเนินการตามกฎหมายบ้านเมืองจึงจะทำให้ประเทศสงบอย่างแท้จริง

ทิ้งคำตอบไว้