“เครือข่ายท้องถิ่น” ค้านยุบ อบต. -แต่เพิ่มอำนาจประชาชน

0
1849

นายสมพงษ์ พัดปุย ที่ปรึกษาสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย ผู้ประสานงานโครงการวิจัยท้องถิ่นอนาคต (นิด้า – สกว.) และเลขาธิการเครือข่ายพลเมืองธรรมาภิบาล ได้นำเสนอในการประชุม อบต.ภาคใต้ เมื่อวันที่ 7-8 ธันวาคม 2559 ณ โรงแรมบรรจงบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายสมพงษ์ ชี้ให้เห็นว่า ภาพประเทศไทยในอนาคตนั้น ประเทศไทยจะเผชิญ “กับดักงานพัฒนาคน” ทุนครอบงำแนวทางการพัฒนาของรัฐ ภาคประชาชนจะรุมเร้าเรียกร้องรัฐแก้ปัญหาการทำมาหากิน และปัญหาถูกนายทุนรุกยึดฐานทรัพยากร รัฐบาล คสช.ทำโรดแม็บประชาธิปไตยและปฏิรูปประเทศ มีแนวโน้มว่า คสช.จะทำหน้าที่บริหารประเทศไปอีกห้าปี

ส่วนสถานการณ์ท้องถิ่นปัจจุบัน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) และกระทรวงมหาดไทย เสนอแนวทางลดการกระจายอำนาจ โดยยุบ อบต. ควบรวมท้องถิ่น ลดบทบาท อบจ. และลดอำนาจการบริหารบุคคลของนายกท้องถิ่น ให้ปลัดทำหน้าที่แทน โดยภาพรวมทำให้องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) อยู่ในฐานะ “ถูกรุกสุดซอย”

แต่ อปท.ยังมีจุดแข็งอยู่ที่ชาวบ้านพอใจบทบาท อปท. ที่ผ่านมา อปท.มีคุณค่า ฐานะที่เป็นองค์กรใกล้ชิดชุมชนและมีหน้าที่แก้ปัญหาเกษตรกรและการพัฒนาชนบท อปท.จึงเป็นตัวแปรสำคัญทางการเมือง การกระจายอำนาจหรือการยุบรวม อปท.จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญ จนถึงการเลือกตั้งทั่วไป ปลายปี 2560

6288

ขณะที่กระแสใหม่จากรัฐบาลนั้น เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2559 ศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) จัดประชุมผู้นำท้องถิ่น 1,500 คน ที่อิมแพคเมืองทองธานี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และประธาน ศอตช. เชิญหน่วยงานแก้ปัญหาการตรวจสอบท้องถิ่นและติดตามการแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคการทำงาน อปท. ซึ่งได้ประชุมกันมาก่อนหน้านี้ โดยสำนักงาน ปปท.เป็นเจ้าภาพงาน

ในที่ประชุม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ประกาศไม่เห็นด้วยการยุบ อบต. เสนอให้พัฒนา อบต.มีศักยภาพบริหารเป็นธรรมาภิบาล และจะส่งงบประมาณลงตรงถึงพื้นที่ การเสนอของกระทรวงยุติธรรมเป็นการสวนกระแสกระทรวงมหาดไทยที่เสนอให้ลดบทบาทท้องถิ่นก่อนหน้านี้ แกนนำท้องถิ่นที่เข้าร่วมประชุมพอใจแนวทางของ พล.อ.ไพบูลย์ และพร้อมจะร่วมสนับสนุน สมาคม อบต.จัดประชุมใหญ่สี่ภาคกำหนดแนวทางขับเคลื่อนค้านการยุบ อบต.

สำนักงานป้องกันปราบปรามทุจริตภาครัฐ (ปปท.) ได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานประชาสังคมส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านทุจริต (ศปสธ.ปปท.) ที่สำนักงาน ป.ป.ท. ชั้น 2 อาคารซอฟแวร์ปาร์ก ถ.แจ้งวัฒนะ ร่วมบริหารโดย เครือข่ายพลเมืองธรรมาภิบาล (นายสมพงษ์ พัดปุย เป็นเลขาธิการ) สำนักงาน ป.ป.ท.ยังเป็นเจ้าภาพจัดยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมประชาชนต่อต้านทุจริต ซึ่งเป็นกฎหมายลูกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ซึ่งบัญญัติว่า “รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด”

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ( นิด้า) ได้จัดทำโครงการวิจัยท้องถิ่นอนาคต มีระยะเวลา 3 ปี โดยมี ดร.บรรเจิด  สิงคะเนติ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย คาดหวังว่าจะค้นพบรูปแบบขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่เหมาะสมเพื่อสนองการเปลี่ยนแปลงของประเทศในอนาคต

ด้านอุปสรรคการกระจายอำนาจนั้น สิบเจ็ดปีของการกระจายอำนาจ (นับแต่เริ่มแผนกระจายอำนาจปี 2542) ท้องถิ่นทำงานด้วยความลำบาก เพราะ คน-งาน-เงิน ไม่ถูกถ่ายโอนตามแผน บุคลากรท้องถิ่นขาดการพัฒนาและสร้างอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อท้องถิ่น ทำให้โดยภาพรวมท้องถิ่นยิ่งอ่อนแอลง

สรุปสาเหตุปัญหาได้สองทาง คือ

ปัญหาจากระบบ – รัฐบาลและหน่วยงานส่วนกลาง ไม่จริงจังจริงใจในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น อบต.ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณ ถูกอำนาจส่วนกลาง/ภูมิภาคทับซ้อน ถูก “ควบคุมปกครอง” ลดบทบาท อปท.มีฐานะเป็นเครื่องมือฝ่ายภูมิภาค

ปัญหาวิธีการ – กลยุทธ์เรียกร้องกระจายอำนาจของท้องถิ่นผิดทาง สู้ตามประเด็นที่ส่วนกลางกำหนด ต่อรองเอาเรื่องเล็กไม่มุ่งเป้าเพื่อบรรลุภารกิจหลักท้องถิ่นในการสนองต่อประชาชน แกนนำที่ไปเจรจาส่วนกลางโดดเดี่ยวเพราะชาวบ้านไม่รู้เรื่องด้วย และจุดอ่อนสำคัญคือ ขาดการระดมพลังประชาชนเข้าร่วมเรียกร้อง

ความล้มเหลวของการกระจายอำนาจ ทำให้องค์กรปกครองท้องถิ่นถูกลดบทบาทเป็นเพียงกลไกของระบบรัฐส่วนกลาง  และผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่นจำนวนมากก็รู้สึกอย่างนั้น

จุดเด่นของ อบต.

องค์กรปกครองท้องถิ่น และ อบต.มีบทบาททางยุทธศาสตร์ในกระแสการเปลี่ยนแปลงโลกาภิวัตน์ ดังนี้

ทางการพัฒนา – อบต.เป็น “พื้นที่สีเขียว” (Green Issues) เป็นพื้นที่การสร้างอาหาร ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งเจริญงอกงามได้ถึงการค้นคว้าพัฒนาชีวภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญความมั่นคงในอนาคต แต่เทศบาลเป็นพื้นที่การค้าบริการ เขตเมืองเป็น  “พื้นที่สีน้ำตาล” (Brown Issues) แก้ปัญหาเสื่อมโทรม ขยะ น้ำเสีย การจราจร เป็นประเด็นแก้ปัญหาตามหลัง

คุณค่า “พื้นที่สีเขียว” ทำให้ตำบลชนบทเป็นพื้นที่ต้นตอแห่งความหลากหลายทาง ชีวภาพ ชนชาติ วัฒนธรรม เป็น “จุดแข็ง” ของประเทศไทยในบริบทโลกอนาคต ซึ่งโลกอนาคตกำลังเผชิญวิกฤตสามประการ คือ อาหาร พลังงาน ภัยพิบัติ

ทางการบริหาร – อบต.เป็นทั้งหน่วยปกครอง และหน่วยพัฒนา ที่เล็กที่สุด เข้าถึงปลายประสาทของสังคม ทำงาน “บูรณาการ” โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง

ทางการเมือง – สร้าง “ประชาธิปไตยกินได้” โดย ประชาชนมีส่วนร่วม สร้างความพึงพอใจประชาชน ผลักดันให้กระจายอำนาจเป็นจริงในรัฐบาลชุดนี้ ระบบกระจายอำนาจเรียบร้องก่อนเลือกตั้งทั่วไปปลายปี 2560

จุดรุกกลับของ อบต.อยู่ตรงไหน

จุดเปลี่ยนที่ความคิด : เข้าใจคุณค่า “องค์กรปกครองท้องถิ่น”

องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นองค์กรบริหารล่างสุด จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นอิสระและยั่งยืน  อปท.มีฐานะเป็น “ทบวงการเมือง” เพราะมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ มีสภาเป็นของตนเอง ออกกฎหมายได้เอง (ข้อบัญญัติตำบล) และเก็บภาษีได้เอง

กำหนดยุทธศาสตร์แหลมคม  : “อบต.เป็นของประชาชน ผนึกพลังชาวบ้าน บริหารเป็นธรรมาภิบาล”

คุณภาพใหม่ อบต.ในอนาคต คือ “จิ๋วแต่แจ๋ว” โดยมีคุณสมบัติ 5 ประการ คือ 1) อบต.ยุคใหม่ต้อง รู้ทันโลก รู้ทันระบบรัฐส่วนกลาง 2) รู้ลึกซึ้งรากฐานและศักยภาพท้องถิ่น 3) ผนึกเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชน 4) บริหารงานเป็นธรรมาภิบาล 5) เชื่อมประสานองค์กรภาคีพัฒนาทั้งในท้องถิ่นและส่วนกลาง

พื้นที่การขับเคลื่อนเรียกร้องกระจายอำนาจ –  สู้สามมิติ

1) งานพื้นที่ ภารกิจขับเคลื่อนสร้างนวัตกรรมการพัฒนาตำบล สนองนโยบายของรัฐบาล และทิศทางประเทศไทย 4.0 (สร้างมูลค่าเศรษฐกิจบนพื้นฐานความเข้มแข็งชนบท) กิจกรรม – สร้างกลไก “สามเสาหลักตำบล” เป็นองค์กรวางแผนและกำกับการพัฒนาในตำบล

2) งานวิชาการ ภารกิจ – สนับสนุนการกระจายอำนาจสู่พื้นที่และ อปท. สอดคล้องประเทศไทย 4.0 กิจกรรม 2.1) ส่งเสริมนวัตกรรมจุดพลิกแนวทางการพัฒนา และสร้างความเข้มแข็ง อบต. 2.2) เชื่อมประสานเครือข่ายวิชาการและองค์กรภาคี รวมพลังสนับสนุนท้องถิ่นเพื่ออนาคต 2.3) ประชาสัมพันธ์เชิงรุก ชูคุณค่า อปท.และ ผลักดันการกระจายอำนาจสู่พื้นที่

3) งานนโยบาย ภารกิจ – รวมพลังชุมชนและประชาสังคมในท้องถิ่นขับเคลื่อนเรียกร้องกระจายอำนาจสู่พื้นที่ ส่งเสริม อบต.ให้มีบทบาทเต็มที่การพัฒนาท้องถิ่น บริหารมีประสิทธิภาพด้วยแนวทางธรรมาภิบาล กิจกรรม – 3.1) ปลุกการเรียนรู้ของประชาชนในทุกตำบล ด้วยกลุ่มพูดคุย และการสื่อสารในท้องถิ่น 3.2) เวทีประชาคมเพื่อการกระจายอำนาจในระดับอำเภอ และ ระดับจังหวัด 3.3) เวทีส่วนกลาง “วิชาการท้องถิ่นไทยเพื่อการกระจายอำนาจ” ประมวลความเห็นจังหวัด เป็นข้อเรียกร้องระดับประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้