อุทาหรณ์ลูกนายพลโดนรุมทำร้าย ถึงเวลารัฐสั่งปิดผับบาร์ทั้งประเทศ

0
2181

ข่าวที่กำลังอยู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก คือ ข่าวธรรมดาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะร้านผับร้านบาร์ในยามค่ำคืน และร้านผับร้านบาร์พวกนี้ก็ชอบไปจ้างพวกว่างงานมาทำหน้าที่ดูแลร้าน และอาชีพกุ๊ยดูแลร้านพวกนี้ก็เป็นคนที่มีปัญญาน้อย ไม่สนใจเหตุผล ไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง คือ สนใจแต่เรื่องการใช้กำลังรุมทำร้ายคนอื่น

b06

 

แต่ถ้าต่อสู้กันตัวต่อตัว พวกนี้จะวิ่งจุกตูด คือเป็นพวกหมาหมู่นั่นแหละ หรือจะเรียกให้ตรงๆ แบบภาษาชาวบ้าน คือ พวกกุ๊ยข้างถนน ที่ร้านผับร้านบาร์มักจ้างมาใช้กำลังวางท่าเป็นแก๊งมาเฟีย แม้ว่าอาจจะพบพวกมีสีบางคนไปหากินกับร้านผับร้านบาร์ จ้างเป็นหัวหน้ากุ๊ยดูแลร้าน

พวกกุ๊ยดูแลร้านผับร้านบาร์ จึงเป็นภัยความสงบสุขของสังคมในยามค่ำคืน และชอบแอบอ้างว่าเป็นคนมีสี สร้างความเสื่อมเสียให้กับทั้งกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนั้น พวกนี้จึงไม่ต่างอะไรกับโจรร้ายดีๆ นั่นเอง

จากกระแสข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ แม้เป็นข่าวที่ธรรมดา แต่ก็ไม่ธรรมดา เมื่อเกิดกรณีลูกชายของ พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 (ผบ.มทบ.38) คือ นายอิศรวัฒน์ วรรคาวิสันต์ ถูกพวกกุ๊ยดูแลร้านมาลินสกาย สถานบันเทิงหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุมทำร้ายอาการสาหัส โดยคืนนั้นมีดาราหลายคนอยู่ในผับที่เกิดเหตุด้วย ประกอบด้วย “อุ้ม” ลักขณา วัธนวงส์ศิริ และ “โบว์” เบญจศิริ วัฒนา รวมถึง “บอล” กฤษณะ อมิตรสูญ

ทางด้าน นางปุนยวัจนา วรรคาวิสันต์ มารดาของ นายอิศราชนุวัฒภ์ ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า กำลังรอให้ทางผู้ชายชื่อ “บอล” มาติดต่อรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ อยากเจอหน้าพูดคุยด้วย ซึ่งส่วนตัวอยากฝากบอกให้นาย “บอล” ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป เนื่องจากเชื่อว่านาย “บอล” เป็นคนทำ เพราะลูกชายยืนยันว่าในวันเกิดเหตุนั้น นาย “บอล” เป็นคนสั่งการ รวมถึงทุกคำพูดที่พูดกับลูกชายระวังถูกรุมทำร้ายนั้น ก็ได้ยินทุกคำพูด แม้กระทั่งตอนที่ลูกชายขอร้องให้หยุดแต่ก็ยังลงมือต่อ อีกทั้งยังสั่งให้คนลากลูกของตนออกจากร้านไป ซึ่งตนพูดได้ในฐานะคนเป็นแม่ว่ารู้สึกเจ็บปวดแทน เมื่อได้ยินเสียงลูกขอความช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งตรงนี้อยากให้ทางนาย “บอล” ออกมาชี้แจงและรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปโดยเร็วที่สุด

พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รทท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยหลังการประชุมพนักงานสอบสวนติดตามความคืบหน้าคดีลูกชาย ผบ.มทบ.38 ถูกรุมทำร้ายอาการสาหัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งหลักฐานในที่เกิดเหตุ พยานบุคคล และพยานวัตถุ รวมทั้งการตรวจสอบเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดของทางร้านที่เกิดเหตุ ที่มีการอ้างว่ามีการถอดออกไปซ่อมนานแล้วด้วย ส่วน “บอล-กฤษณะ อมิตรสูญ” แฟนหนุ่มของ “อุ้ม-ลักขณา” นั้น ขณะนี้ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ แต่เตรียมที่จะออกหมายเรียกมาให้ปากคำในฐานะผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะมีการออกหมายเรียกกลุ่มดาราและลูกค้าของร้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาให้ปากคำด้วย ซึ่งเบื้องต้นมีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 16 ปาก

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ อ้างว่าลงมือก่อเหตุทำร้ายผู้เสียหายเพียงลำพังนั้น พ.ต.อ.สรายุทธ ระบุว่า เบื้องต้นยังต้องรอการสอบสวน ที่จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน ซึ่งเวลานี้ยังไม่สรุปว่ามีผู้ลงมือก่อเหตุกี่คนและผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง

ส่วนการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับการดำเนินคดีนี้นั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ และดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมายอยู่แล้ว ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับการเปิดสถานบันเทิงของร้านที่เกิดเหตุนั้น เป็นหน้าที่ของทาง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในการตรวจสอบ

b01

ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ และนายปรีชา นันตาสาย ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก และทหาร เข้าตรวจสอบโรงแรม The Core โรงแรมหรูของ “บอล-กฤษณะ อมิตรสูญ” แฟนหนุ่มของ “อุ้ม-ลักขณา” ที่ถูกพาดพิงว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายลูกชาย ผบ.มทบ.38 ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยโรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่เลขที่ 99/58 ถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณเยื้องหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เบื้องต้นพบว่าเป็นอาคารสูง 5 ชั้น ชั้นล่างเป็นส่วนต้อนรับ ชั้นที่ 2-4 เปิดบริการห้องพักจำนวนทั้งหมด 56 ห้อง และชั้นดาดฟ้าทำเป็นร้านอาหารสำหรับบริการแขกที่เข้าพัก

ขณะที่การตรวจสอบเอกสารต่างๆ พบว่าขออนุญาตก่อสร้างเป็นตึกแถว แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงทำการแจ้งข้อกล่าวหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม โดยได้เชิญตัวนางสาวสุพิชญ์ญา ประดิษฐ์พัชรกุล อายุ 30 ปี ผู้ดูแลส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดี พร้อมทั้งสั่งให้ปิดบริการและปรับวันละ 10,000 บาท โดยหลังจากนี้จะมีการสุ่มเข้าตรวจสอบอีก หากพบยังฝ่าฝืนก็จะดำเนินคดีซ้ำ

ด้าน พล.ท.วิจักษณ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาค 3 เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ตอนนี้ได้ทราบเรื่องแล้ว พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (รรท.ผบช.ภ.5) เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และตรวจสอบกลุ่มอิทธิพลทั้งหมดในเขตภาคเหนือ เพราะในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง น่าจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวสัมผัสลมหนาวกันมากมาย เพื่อเตรียมรับมือป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่จะเกิดขึ้นอีก ถือว่าเป็นแผนการเอ็กซเรย์เมืองไปในตัวเลย เพราะกลุ่มอิทธิพลดังกล่าว อาจจะก่อให้เกิดปัญหายาเสพติดตามมาอีกด้วย ยืนยันกรณีดังกล่าวจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายแน่นอน

กรณีลูกชายของนายพลถูกรุมทำร้าย จึงเป็นแรงกระตุ้นให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำกับดูแลความสงบสุขของสังคมในการกำจัดกลุ่มมิจฉาชีพ กลุ่มตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลอันเป็นภัยต่อสังคม และต้องกำจัดกลุ่มที่ตั้งตัวเองเป็นการ์ดอันมีพฤติกรรมเป็นกุ๊ยข้างถนน เย้ยกฎหมายบ้านเมือง ทำตัวเป็นซ่องโจรตามร้านผับร้านบาร์ในยามค่ำคืน

ที่เหนืออื่นใด ถึงเวลาแล้ว รัฐบาลจะต้องยกเลิกและปิดร้านผับร้านบาร์ทั้งประเทศ เพราะร้านผับร้านบาร์เหล่านี้เป็นภาระของสังคมและเป็นภัยก่อความไม่สงบของสังคมอีกด้วย อันเป็นแหล่งมั่วสุมสิ่งผิดกฎหมาย และเป็นแหล่งทำร้ายเยาวชนของชาติ

ร้านผับร้านบาร์ จึงไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับชาติบ้านเมืองเลย จึงสมควรที่จะต้องปิดทิ้งให้หมดสิ้นทั้งประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้