พลพรรคเดโมแคร็ตหวังล้มเลือกตั้ง ฉีกรัฐธรรมนูญสหรัฐ-โค่น “ทรัมพ์”

0
3517

สถานการณ์การเมืองสหรัฐอเมริกาหลังจากทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีว่า โดนัลด์ ทรัมพ์ จากพรรคริพลับลิกัน ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนต่อไป จนทำให้ฝ่ายของพรรคเดโมแคร็ตไม่พอใจ ออกมาก่อการจลาจลหวังล้มการเลือกตั้ง แล้วหวังให้พรรคเดโมแคร็ตขึ้นครองอำนาจอีกครั้ง จนสถานการณ์บานปลาย

%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจกระบวนการการได้มาซึ่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จึงจะได้เข้าใจประเทศนี้ เพราะประเทศนี้อยู่ในหลักการ “คณะลูกขุน” เช่น ระบบศาลของสหรัฐอเมริกาจะใช้ระบบลูกขุน และการได้มาซึ่งตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ใช้หลักการ “คณะลูกขุน” เช่นกัน คือ “คณะผู้เลือกตั้ง” ซึ่งคณะนี้ได้มาจากการเลือกตั้งในแต่ละมลรัฐ ดังจะอธิบายต่อไปนี้

%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88

ทุกๆ 4 ปี ประชาชนสหรัฐอเมริกามีหน้าที่ที่สำคัญในการออกเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนต่อไปของประเทศ แต่ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกานั้นซับซ้อนกว่าของประเทศอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ประชากรทุกคนของประเทศสามารถออกเสียงเลือกผู้สมัครที่ต้องการเพื่อเป็นประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง แต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเป็นการออกเสียงทางอ้อม โดยสามารถอธิบายได้ดังนี้

1.เริ่มต้นจากในแต่ละรัฐจะมีการจัดการเลือกตั้งย่อยเพื่อหาตัวแทนของพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

2.ในแต่ละรัฐจะมีคณะผู้เลือกตั้ง หรือ Electoral College ซึ่งจะเป็นตัวแทนในการออกเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนประชาชนในรัฐนั้นๆ โดยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งของแต่ละรัฐจะมาจากตัวแทนตามจำนวนของเขตการปกครอง (district) ของแต่ละรัฐ และ คณะวุฒิสภาอีก 2 คน เช่น มลรัฐแคลิฟอร์เนียมี 53 เขตการปกครอง คณะผู้เลือกตั้งของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย จึงมี 55 คน (53 + 2) คณะผู้เลือกตั้งจากทุกรัฐรวมทั้งสิ้น 538 คน (มาจากตัวแทนตามจำนวนเขตการปกครอง 438 คน + วุฒิสภา 100 คน)

3.เมื่อมาถึงวันอังคารแรก หลังจากวันจันทร์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ 4 ปี ประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งก็จะไปที่ศูนย์เลือกตั้ง เพื่อเลือกผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีที่ตนชอบ เช่น ในการเลือกตั้งในวันที่ 6 พ.ย.2555 หลายปีที่ผ่านมา ประชาชนสามารถเลือก บารัค โอบามา หรือ มิตต์ รอมนีย์ และผู้สมัครจากพรรคเล็กอื่นๆ อีก 2 ท่าน

4.การออกเสียงของประชาชนเป็นการแสดงเจตนาแก่คณะผู้เลือกตั้งในรัฐของตนว่าอยากจะให้คณะผู้เลือกตั้งออกเสียงเลือกตั้งไปในทิศทางใดในหนึ่งรัฐ ไม่ว่าผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ได้รับเสียงข้างมากจะได้เสียงมากกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ มากน้อยแค่ไหน เสียงของคณะผู้เลือกตั้งในรัฐนั้นๆ ทั้งหมดก็จะไปที่ผู้ลงสมัครผู้นั้น ดังนั้น รัฐที่มีจำนวนประชากรหรือเขตการปกครองมากกว่า ก็จะมีจำนวนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งมากกว่า ทำให้รัฐต่างๆ มีความสำคัญต่อผลการเลือกตั้งมากกว่า

5.เป้าหมายของผู้ลงสมัครในวันเลือกตั้ง คือ ผู้สมัครจะต้องได้เสียงจากคณะเลือกตั้งให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง (ของ 538 เสียง) หรือ 270 เสียง หากผู้สมัครคนใดได้ 270 เสียงก่อน ผู้นั้นก็เป็นผู้ชนะ ทั้งนี้ผลจากการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน เป็นการคำนวณ จากการคำนวณเสียงของคณะผู้เลือกตั้งของแต่ละรัฐที่จะไปยังผู้สมัครคนนั้นๆ ประชาชนสามารถทราบผลอย่างไม่เป็นทางการหลังจากการเปิดการเลือกตั้งประมาณ 12 ชั่วโมง หรือเมื่อมลรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นรัฐสุดท้ายนับคะแนนเสร็จสิ้น

6.ขั้นตอนต่อไป เป็นการเลือกตั้งของคณะผู้เลือกตั้ง และเป็นการออกเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ หรือ National Convention โดยคณะผู้เลือกตั้งจะมารวมตัวกัน เพื่อออกเสียงเลือกผู้สมัครที่ประชาชนข้างมากในรัฐของตนเลือกไว้ แม้ว่าในประวัติศาสตร์ยังไม่มีการเลือกตั้งครั้งใดที่ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะพลิกผันจากผลการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน แต่ว่า คณะผู้เลือกตั้งมีสิทธิเสรีในการเลือกผู้สมัคร ซึ่งอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่ประชาชนต้องการหรือไม่ก็ได้

7.และวันที่ 20 มกราคม หรือ Inauguration Day เป็นวันที่ประธานาธิบดีขึ้นรับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

ซึ่งจะเห็นว่า แม้ว่าเคยมีกระแสประชาชนว่า ฮิลารี่ คลินตัน คะแนนนำ โดนัลด์ ทรัมพ์ ก็ตาม แต่ที่สุดการชี้ชะตาผลการเลือกตั้งก็คือ คณะผู้เลือกตั้งที่มีสิทธิเสรีตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาในการเลือกผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และผลการเลือกของคณะผู้เลือกตั้งได้โหวตให้กับ โดนัลด์ ทรัมพ์ เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนต่อไป

%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c

แต่พรรคเดโมแคร็ต และกลุ่มทุนของพรรคนี้ไม่พอใจ และไม่ยอมรับผลการพ่ายแพ้ ได้ก่อการจลาจล เท่ากับว่า พรรคเดโมแคร็ตกำลังฉีกรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา

ทิ้งคำตอบไว้