“ปูติน” ผู้ปราบพยศมหาอำนาจ“อเมริกา”

0
4652
Russian President Vladimir Putin (L) meets with U.S. President Barack Obama on the sidelines of the G20 Summit in Hangzhou, China, September 5, 2016. Sputnik/Kremlin/Alexei Druzhinin/via REUTERS ATTENTION EDITORS - THIS IMAGE WAS PROVIDED BY A THIRD PARTY. EDITORIAL USE ONLY.

สถานการณ์โลกทุกวันนี้มีแต่จะคับขันขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีทวิภาคี และกลุ่มน้อยใหญ่คอยดูแลผลประโยชน์ให้กันและกัน ไม่ว่าจะเป็น ASEAN, NATO, APEC หรือ SAARC สุดท้ายแล้วประเทศส่วนใหญ่ก็ยังจะต้องดูแลผลประโยชน์ของรัฐบาลตัวเองอยู่ดี

การจะไปหวังพึ่งประเทศอื่นให้มาต่อกรหรือยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือไกล่เกลี่ยปัญหาข้ามชาติ ก็ดูเหมือนจะเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ไม่ว่าจะเป็น จีนกับสหรัฐอเมริกา จีนกับสิงคโปร์ อินเดียกับปากีสถาน หรือ แม้กระทั่งการที่จะต้องลุกขึ้นมาสู้กับสหรัฐอเมริกาอย่างฟิลิปปินส์ แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ มานี้ นั่นคือ การวางเป้าหมายลอบสังหารประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย อันเป็นชนวนแห่งการก้าวเข้าสู่โหมดป้องกันตนเอง และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประเทศทั้งในทางการทหารและความมั่นคงของประเทศของรัสเซีย

r2

การที่รัสเซียยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือรัฐบาลของประเทศพันธมิตรอย่างซีเรียในเขตแดนตะวันออกกลางท่ามกลางสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด กับพวกกลุ่มกบฏต่างๆ สร้างความไม่พอใจให้กับทางการสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก เนื่องจากสหรัฐอเมริกาหมายมั่นปั้นมือมานานกับการล้มล้างรัฐบาลของอัสซาดลงให้ได้ เพื่อที่จะตั้งผู้นำคนใหม่บนความพยายามที่จะขยายอำนาจไปยังตะวันออกกลาง

เบื้องหลังของความบาดหมางระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซียนั้นเริ่มมาจากการเข้าไปพัวพันในสงครามกลางเมืองของประเทศซีเรีย หลังจากที่ทั้งสองประเทศประกาศตัวเป็นศัตรูกับกองกำลังรัฐอิสลาม (ISIS) ที่หนุนหลังโดยซาอุดีอาระเบียทั้งทางการเงินและกำลังอาวุธให้แก่พวกนักรบชาวสุหนี่ที่กำลังพยายามโค่นล้มชาวชีอะห์แห่งอิหร่าน ซีเรีย และเลบานอน

แต่แล้วสหรัฐอเมริกาและรัสเซียก็ต้องหันมาข่มกันเอง เนื่องจากผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกัน โดยรัสเซียต้องการที่จะย้ายกองกำลังทหารเข้าไปยังฐานทัพอากาศฮะเมมีม (Hmeimim Air Base ในจังหวัดลาตาเกีย ของซีเรีย) เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในซีเรีย

MOSCOW, RUSSIA SEPTEMBER 22, 2016: Firefighters battle a fire at a artificial flowers and plastic products warehouse. Artyom Korotayev/TASS (Photo by Artyom KorotayevTASS via Getty Images)
MOSCOW, RUSSIA SEPTEMBER 22, 2016: Firefighters battle a fire at a artificial flowers and plastic products warehouse. Artyom Korotayev/TASS (Photo by Artyom KorotayevTASS via Getty Images)

รัสเซียกับซีเรียนั้นลงนามในข้อตกลงเรื่องฮะเมมีมตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งอนุญาตให้รัสเซียสามารถใช้ฐานทัพอากาศแห่งนี้ได้อย่างไม่มีกำหนดเวลา โดยซีเรียไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ข้อตกลงนี้ได้สร้างความบาดหมางกับสหรัฐอเมริกาขึ้นอีกระรอก เพราะทางสหรัฐอเมริกาเองก็อยากอาศัยประเทศซีเรียเป็นหนึ่งในศูนย์กลางปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวของหลายๆ ประเทศที่ตั้งตัวเป็นอริต่อรัฐบาลและผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาโดยตรง

สหรัฐอเมริกาเริ่มหงุดหงิดต่อการขยายอำนาจและอิทธิพลของรัสเซียในพื้นที่ภูมิภาคต่างๆ ล่าสุด สหรัฐอเมริกาออกมาประณามการทิ้งระเบิดโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโป ของรัสเซีย ซึ่งทำลายโรงพยาบาลท้องถิ่นของเมืองอย่างย่อยยับ และเป็นเหตุให้มีการล้มตายเป็นอย่างมาก ที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก โดยหวังจะบีบบังคับให้ชาวโลกคว่ำบาตรรัฐบาลรัสเซีย ทางรัฐบาลรัสเซียก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐอเมริกาดังกล่าว พร้อมทั้งออกโรงเตือนประชาชนและกองกำลังของตนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสงครามนิวเคลียร์ ระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคมนี้ โดยคาดว่ามีผู้เข้าร่วมซ้อมหนีภัยประมาณ 40,000,000 คน ข่าวจากกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉิน (EMERCOM) ของรัสเซีย ยังบอกอีกว่าสถานที่หลบภัยใต้พื้นดินของกรุงมอสโคว์ สามารถรองรับได้ถึง 12,000,000 คน หรือเทียบเท่ากับประชากรทั้งหมดของเมืองหลวง

** FILE ** Arkhangelsk, one of Russia's largest Typhoon-type Soviet-built nuclear submarines, heaves ahead in the Barents Sea near Severomorsk, Russia in this July 27, 2003 file picture. President Vladimir Putin on Tuesday went out to the Barents Sea on board Arkhangelsk to observe a massive military exercise set to involve numerous missile launches and flights of strategic bombers. (AP Photo/ file)
** FILE ** Arkhangelsk, one of Russia’s largest Typhoon-type Soviet-built nuclear submarines, heaves ahead in the Barents Sea near Severomorsk, Russia in this July 27, 2003 file picture. President Vladimir Putin on Tuesday went out to the Barents Sea on board Arkhangelsk to observe a massive military exercise set to involve numerous missile launches and flights of strategic bombers. (AP Photo/ file)

เหตุการณ์ที่บานปลายนี้ อาจถึงจุดหักเหเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังรายงานข่าวจากรัสเซียถึงอุบัติเหตุบนถนนคูตูซอฟสกี ในกรุงมอสโคว์ ที่เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในแวดวงนักวิเคราะห์และนักทฤษฎีสมคบคิดจากทั่วทุกมุมโลก ข่าวที่ว่าคือการชนเข้าอย่างจังของรถยนต์ประจำตำแหน่งของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กับรถอีกคันหนึ่งซึ่งขับเบี่ยงเข้ามาในเลนที่รถของ ปูติน ขับอยู่ ซึ่งส่งผลให้คนขับรถคู่ใจที่เป็นคนสนิทของ ปูติน มานานกว่า 40 ปี ต้องเสียชีวิตลง และสร้างความเศร้าเสียใจอย่างมากให้กับ ปูติน ซึ่งโดยทั่วไปก็อาจเหมือนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ในทุกวัน แต่นี่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้นำประเทศที่เป็นที่เกรงขามในประเทศของตนเอง ทำให้นักวิจารณ์จากหลายสำนักข่าวมุ่งประเด็นไปที่การหมายลอบสังหารชีวิตของ ปูติน ผู้ซึ่งได้กระทำการอันเป็นที่โจษจันในหลายพื้นที่ทั่วโลก แม้ว่าจะยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ หรือมีมูลที่แน่ชัดว่าเป็นแผนลอบสังหาร ปูติน แต่ก็คงจะอดคิดไม่ได้ว่า ปูตินได้ก่อศัตรูเอาไว้มากมายตั้งแต่เขาขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีของรัสเซีย

ด้วยประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน คนนี้คือผู้พลิกโฉมรัสเซียให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเมื่อสามสิบปี ประเทศรัสเซียต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจตกต่ำและความมั่นคงทางสังคม ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แต่ ณ วันนี้ ประเทศรัสเซียกลับพลิกโฉมไปอย่างก้าวกระโดด สามารถผงาดเป็นมหาอำนาจขึ้นมาอีกครั้ง ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน

หลังจาก วลาดิเมียร์ ปูติน ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี เขาก็มุงที่จะกอบกู้ศักดิ์ศรีและดินแดนที่เคยเกรียงไกรของสหภาพโซเวียตกลับคืนมาอีกครั้ง โดยปูตินมีความเชื่อเสมอว่ารัสเซียจะกลับมาเป็นประเทศอภิมหาอำนาจของโลก หากสามารถควบคุมการผลิตและการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสู่ทวีปยุโรปได้ เขาจึงสั่งให้กองกำลังทหารของรัสเซียเข้าควบคุมและควบรวมแคว้นไครเมีย ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากมาย และยังเป็นจุดศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ในทะเลดำ และที่สำคัญที่สุดไครเมียยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการป้องกันการบุกรุกขององค์การนาโต้ โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นนายใหญ่ การได้ไครเมียยังเป็นการเพิ่มคะแนนนิยมให้กับปูตินในฐานะผู้นำที่แข็งแกร่ง

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้รัสเซียกลับมาเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ จนทุกวันนี้ความนิยมในตัวปูติน มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมที่พัฒนาขึ้น ภายใต้การปฏิรูปประเทศ การทหาร ระบบการศึกษา สาธารณสุขและนโยบายลดหย่อนภาษี ทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความภาคภูมิใจของคนในชาติที่เพิ่มพูนขึ้น ส่งผลให้ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคนนี้กุมหัวใจของชาวรัสเซียส่วนใหญ่เอาไว้ได้

เมื่อรัสเซียเริ่มเดินบนแข้งขาของตนเองได้แล้ว ณ ขณะนี้ก็คงถึงเวลาที่จะโบยบิน ในเวลาที่เพดานบินของสหรัฐอเมริกาเริ่มตกต่ำลงทุกขณะ เนื่องจากปัญหาภายในและภายนอกที่รุมเร้าอยู่เป็นเวลานาน หากรัสเซียต้องการสกัดกั้นสหรัฐอเมริกาออกจากทวีปเอเชีย ทะเลจีนใต้เป็นจุดเริ่มที่ดีที่สุดในการสลายอำนาจและอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาให้พ้นไปจากภูมิภาคนี้

ดังนั้น รัสเซียจึงเริ่มใช้ความได้เปรียบของตนเองกดดันประเทศในแถบยุโรป และแสวงหาพันธมิตรทั่วเอเชีย เพื่อก้าวคืนสู่ความเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกอีกครั้ง

นี่คือเป้าหมายและเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของคนที่ชื่อ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย ผู้เกิดมาปราบพยศมหาอำนาจแห่งสหรัฐอเมริกา

@  ไพทยา  เผื่อนปฐม

ทิ้งคำตอบไว้