“สภาองค์กรชุมชน” ความคาดหวัง คุม “รัฐสภา” ปรับโครงสร้าง กทม.

0
668

หลายปีมานี้ ยังมีกลุ่มคนที่พยายามขับเคลื่อนในนามของชุมชนท้องถิ่น และนับตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นจนเป็นที่มาของกฎหมายลูก คือ พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 หรือที่ชอบเรียกกันว่า “การเมืองภาคพลเมือง”

สภาองค์กรชุมชน มีความหมายอย่างไร ภายใต้ พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 เรามาทำความเข้าใจกันสักหน่อย และมีผู้ให้คำนิยามกันไว้ว่า สภาองค์กรชุมชน หมายถึง เวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาชุมชนของคนในชุมชนท้องถิ่น โดยคนในชุมชนท้องถิ่น และเพื่อคนชุมชนท้องถิ่น

หลักการสำคัญของสภาองค์กรชุมชน คือ การเสริมสร้างองค์กรชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง เพื่อให้องค์กรชุมชนมีสถานภาพที่ชัดเจนในการดำเนินงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกับสถาบันต่างๆ ในท้องถิ่น

การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ให้เป็นไปตามความพร้อมของชุมชนท้องถิ่น และสอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของชุมชน และความเห็นพ้องต้องกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง

h172_resize

บทบาทของสภาองค์กรชุมชนต้องเป็นไปตามภารกิจหน้าที่ ที่ชุมชนสามารถดำเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีอำนาจทางกฎหมาย

การดำเนินการสำคัญของ สภาองค์กรชุมชน เน้นการมีส่วนร่วม ความร่วมมือ และการเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิกองค์กรชุมชนกับสถาบันต่างๆ ในท้องถิ่น เช่น บ้าน วัด โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และสภาองค์กรชุมชนมีหลายระดับ ได้แก่ ระดับตำบล ระดับจังหวัด และระดับชาติ

nongkhai3

แต่จากบทบาทการรวมตัวกันภายใต้ สภาองค์กรชุมชน ที่ผ่านมา มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนทางการเมือง  โดยตั้งเป้าประสงค์ที่จะเป็นพลังของภาคประชาชนในการกำหนดทิศทางทางการเมืองของชุมชนท้องถิ่น และกำหนดทิศทางของรัฐสภาให้สนองตอบความต้องการของชุมชนท้องถิ่น โดยคาดหวังว่า ชุมชนท้องถิ่นจะเป็นพลังต่อรองให้รัฐสภาดำเนินการออกกฎหมายตามมติของสภาองค์กรชุมชน

ไม่เพียงเท่านั้น บทบาทของสภาองค์กรชุมชน ยังคาดหวังว่าจะเป็นเวทีทางการเมืองที่มีบทบาทในการกำกับควบคุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสภาท้องถิ่นด้วย เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ด้วยการนำแผนพัฒนาท้องถิ่น โครงการ และกิจกรรมท้องถิ่นบรรจุเข้าไปในแผนพัฒนาของท้องถิ่นนั้น โดยผ่านสมาชิกสภาท้องถิ่น เข้าสู่ข้อบัญญัติของท้องถิ่นนั้น

จากความเคลื่อนไหวของชุมชนท้องถิ่นดังกล่าว ยังมีการขับเคลื่อนทางการเมืองในรูปของ สภาพลเมือง โดยเฉพาะที่ผ่านมา มีการขับเคลื่อนในนามของ สมัชชาองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศเจตนารมณ์ขอให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการปกครองกรุงเทพมหานครใหม่

เรียกร้องให้ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ยกร่าง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. … (ฉบับประชาชน) เพื่อให้กรุงเทพมหานครมีโครงสร้างการบริหารราชการเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีสาระสำคัญ คือให้แบ่งการบริหารกรุงเทพมหานครเป็น ท้องถิ่นสองระดับ คือ ระดับกรุงเทพมหานคร และ ระดับนครบาล  และเรียกร้องให้ยกระดับสำนักงานเขตเป็น “นครบาล” ผู้บริหารนครบาลมาจากการเลือกตั้ง ส่วนผู้อำนวยการเขตเดิมทำหน้าที่เป็นปลัดนครบาล

เรียกร้องให้มี “สภาพลเมือง” ทั้งในระดับกรุงเทพมหานคร และระดับนครบาล สมาชิกสภาพลเมืองได้มาจากการสรรหาจากผู้แทนกลุ่มประชาชนต่างๆ ในพื้นที่นั้น และเรียกร้องให้มี “กองทุนพัฒนาพลเมือง” จัดสรรงบประมาณให้กับสภาพลเมืองเพื่อส่งเสริมกิจกรรม

สมัชชาองค์กรชุมชนกรุงเทพหมานครยังเชื่อมั่นว่า ด้วยความมุ่งมั่นร่วมมือของภาคประชาชนและหน่วยงานจะทำให้การปฏิรูปกรุงเทพมหานครบรรลุผล เป็นพื้นฐานต่อการปฏิรูปประเทศต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้