สืบสานเทศกาล “กินเจ” ประเพณีถือศีลกินผัก

0
1507

ประเพณีถือศีลกินผัก (กินเจ) ประจำปี 2559 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วในอีกไม่นาน ตั้งแต่วันที่ 1-9 ตุลาคม 2559 ถือเป็นวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นประเพณี

โดยงานประเพณีถือศีลกินผักนั้น มีความเชื่อกันว่า ถือเป็นงานละบาป บำเพ็ญบุญ นับเป็นมหากุศลแก่ผู้ปฏิบัติตลอด 9 วัน 9 คืน การกินผักละเว้นจากการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต การรักษาศีล สำรวมกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ เป็นการเจริญเมตตากรุณา นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง นอกจากนั้นแล้ว ประโยชน์จากการกินผัก ยังช่วยล้างพิษออกไปจากร่างกายได้อีกด้วย

เมื่อสืบสานความเป็นมาของ เทศกาลกินเจ หรือ กินแจ หรือบางแห่งเรียกว่า ประเพณีถือศีลกินผัก ถือเป็นประเพณีแบบลัทธิเต๋า รวม 9 วัน กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนมานานแล้ว โดยมีตำนานเล่าขานกันหลายตำนาน

ปัจจุบัน เทศกาลกินเจ มีการจัดขึ้นในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ตลอดจนหมู่เกาะรีเยาในอินโดนีเซีย และอาจมีในบางประเทศเอเชีย เช่น ภูฏาน ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ประกอบด้วยฮ่องกงและมณฑลไต้หวัน ซึ่งการกินเจในเดือน 9 นี้ เชื่อกันว่าน่าจะเกิดขึ้นเมื่อราว พ.ศ.2170  ตรงกับสมัยอาณาจักรอยุธยา

ประเพณีถือศีลกินเจหรือกินเจ ซึ่งเป็นพิธียันตรกรรมบูชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยอาศัยพระแม่แห่งดวงดาวมารีจีในแบบของพระพุทธศาสนานิกายมหายาน แต่ในทางลัทธิเต๋าเรียกว่า เต้าโบ้หงวนกุน หรือ เต้าโบ้เทียนจุนในภาษาฮกเกี้ยน เป็นศูนย์กลางสมมติของพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ มักอิงประวัติผูกติดอยู่กับฝ่ายตำนานเทพแห่งดาวนพเคราะห์มากกว่า ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งลัทธิเต๋า

ต่อมาเมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้าสู่ประเทศจีน จึงปรากฏตำนานความเชื่อที่ผูกโยงกับพระพุทธเจ้า 9 พระองค์ และพระโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ เรียกว่า กิ้วอ้วงฮุดโจ้วในภาษาจีนแต้จิ๋ว โดยคติความเชื่อในประเพณีของชาวจีน โดยเฉพาะลัทธิขงจื้อ ซึ่งเน้นในเรื่องบรรพบุรุษและความกตัญญู บรรดาบูรพกษัตริย์ที่เคยอุทิศตนเพื่อให้ประชาชนมีความเจริญโดยใช้หลักเมตตาธรรมก็จะเป็นบุคคลผู้ได้รับการสรรเสริญจากประชาชน

ตามตำนานสามารถรวบรวมได้ 9 พระองค์ ซึ่งอยู่ในยุคสมัยต่างๆ กัน ทั้ง 9 พระองค์ รวมเรียกว่า พระราชาธิราช 9 พระองค์ ในภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า กิ๋วอ๋องไต่เต่ ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเป็นธรรมชาติและดำเนินไปตามวิถีแห่งสวรรค์ อาศัยตามความเชื่อในลัทธิเต๋า จึงส่งผลให้เกิดการนับถือดวงวิญญาณที่สถิตอยู่ในสรวงสวรรค์ พระเจ้าแผ่นดินทั้งเก้าพระองค์เมื่ออยู่ในโลกมนุษย์ได้ประกอบกรรมดีมากมาย เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วจึงได้จุติเป็นเทพเจ้าประจำดาวนพเคราะห์ ทำหน้าที่คุ้มครองมวลหมู่ประชาราษฎร์ให้บังเกิดความร่มเย็นสืบไป

ส่วนความหมายของ คำว่า เจ ในภาษาจีนทางพุทธศาสนานิกายมหายาน มีความหมายเดียวกับคำว่า อุโบสถ ดังนั้น การกินเจก็คือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับที่ชาวพุทธในประเทศไทยที่ถืออุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 โดยไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธนิกายมหายานที่ไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกันเข้ากับคำว่ากินเจ กลายเป็นการถือศีลกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่ากินเจ ฉะนั้นความหมายก็คือคนกินเจ มิใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ

y7041895-2ในภาษาจีนมีคำหรือวลีที่ใช้อักษรแจ (เจ, 齋/斋) เป็นตัวประกอบร่วมด้วยหลายคำ แต่คำว่า โป๊ยกวนแจไก่แปลว่า ศีลบริสุทธิ์แปดประการ อันหมายถึง อุโบสถศีล ซึ่งเป็นศัพท์ของทางพุทธศาสนา การแปลและเข้าใจคลาดเคลื่อนดังกล่าวยังถูกใช้เป็นบรรทัดฐานในการอธิบาย วัตรปฏิบัติของการกินเจผิดตามไปด้วยว่า “การกินเจต้องถือศีลข้อวิกาลโภชน์” หรือการงดกินของขบเคี้ยวหลังเที่ยงวันไปแล้ว ซึ่งเป็นศีลข้อหนึ่งในศีลแปด

ทั้งที่โรงครัวของศาลเจ้าหรือโรงเจที่เปิดเลี้ยงผู้คนในช่วงเทศกาลกินเจ ล้วนแต่มีอาหารมื้อเย็นให้กับผู้เข้าไปกิน ยิ่งวันที่มีการประกอบพิธีกรรมในตอนค่ำยังมีอาหารมื้อค่ำบริการเสริมให้เป็นพิเศษด้วย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะในช่วงเทศกาลกินเจนั้น เขาถือเพียงศีลห้าที่เป็นนิจศีล ไม่ได้ครองศีลแปดอย่างที่หลายคนเข้าใจ เว้นแต่ผู้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะครองศีลแปดเป็นการส่วนตัวเท่านั้น

ด้านความหมายของแจในศาสนาอิสลาม ศัพท์คำว่า ศีลแจในภาษาจีน นอกจากใช้ในลัทธิเต๋าและศาสนาพุทธแล้ว ยังหมายถึง “ศีลอด” ที่ถือปฏิบัติในเดือนถือศีลอดของชาวจีนอิสลาม สาระของศีลก็คือการห้ามรับประทานอาหารใดๆ ในระหว่างเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นจวบจนลับขอบฟ้า ตลอดเดือนถือศีลอด

เจียะแจ (食齋) เป็นการออกเสียงตามสำเนียงถิ่นแต้จิ๋ว ศัพท์คำนี้ใช้และเป็นที่เข้าใจแต่ทางตอนใต้ของจีนโดยเฉพาะแถบลุ่มอารยธรรม หลิ่งหนาน (領南) ในมณฑลกวางตุ้ง อันเป็นแหล่งอาศัยดั้งเดิมของคนแคะ แต้จิ๋ว กวางตุ้ง และไหหนำ ซึ่งเป็นชาวจีนกลุ่มใหญ่ในประเทศไทย

the_mall_01

เจียะหรือเจี๊ยะ (食) ในภาษาถิ่นใต้ แปลว่า กิน ส่วน แจ (齋) แปลว่า บริสุทธิ์ (อ้างตามปทานุกรมพุทธศาสนาฉบับ วัดฝอกวงซัน ไต้หวัน) เจียะแจตรงกับคำว่า ชือซู่ (吃素) ในภาษาจีนกลาง และตรงกับคำไทยที่นิยมใช้กันว่า กินเจ จึงแปลว่า การกินอาหารที่บริสุทธิ์ตามความเชื่อในลัทธิกินเจ

คำว่า เจียะแจ นี้ ชาวจีนฮกเกี้ยนทางปักษ์ใต้แถบจังหวัดภูเก็ตเรียกต่างออกไปว่า เจียะฉ่าย (食菜) ที่แปลตามตัวอักษรได้ว่า กินผัก แต่มีนิยามหรือความหมายตรงกับคำว่า เจียะแจ ที่กล่าวข้างต้น

ล่าสุดที่จังหวัดตรัง ทางเทศบาลนครตรังจะร่วมส่งเสริมกิจกรรมประเพณีถือศีลกินผัก (กินเจ) ประจำปี 2559 และได้กำหนดจัดงานในวันที่ 7-8 ตุลาคม บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนคร สำหรับการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักในปีนี้ เทศบาลนครตรัง เน้นการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมแบบดั้งเดิม มีการตั้งโต๊ะรับขบวนองค์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งออกโปรดสาธุชนในเขตเทศบาลนครตรัง การจัดนิทรรศการประวัติความเป็นมาประเพณีถือศีลกินผัก และเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสวมใส่ชุดขาว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ มาร่วมรับประทานอาหารเจตลอดทั้งเทศกาล

ทิ้งคำตอบไว้