“ทัวร์ศูนย์เหรียญ – ทัวร์คิกแบ็ก” ภัยความมั่นคงการท่องเที่ยวไทย

0
976

การท่องเที่ยวไทยในปัจจุบัน เราจะได้รับเสี่ยงบ่นจากประชาชน โดยเฉพาะ “ทัวร์จีน” ที่เข้ามาสร้างปัญหามากมายให้กับประเทศไทย จนกระทั่งประชาชนต่างเอือมระอา ว่าไปรับทัวร์พวกนี้เข้ามาทำไม เพราะทนเห็นทัวร์จีนพวกนี้ไม่มีอารยะเสียเอาเลย จัดว่ากักขฬะเอามากๆ ด้วยการแลกเศษเงินที่พวกนี้เข้ามา แม้โดยรวมกันแล้วจะถือว่ามากก็ตาม แต่ถ้าพิเคราะห์กันจริงๆ แล้ว เงินที่ทัวร์จีนเข้ามากลับไม่ได้ประโยชน์ให้กับประเทศไทย แต่กลับเป็นปัญหาที่ทัวร์จีนมาเอาเปรียบและแสวงผลประโยชน์จากประเทศไทย ประหนึ่งว่า ประเทศไทยเป็น “หมูสยาม” เป็นแหล่งกอบโกยโดยไม่เกรงอำนาจรัฐของประเทศไทย

จนกระทั่งความอดทนของประชาชนไทยถึงสุดที่จะทนได้แล้ว จึงเริ่มเกิดอาการต่อต้านทัวร์จีน และนำไปสู่การแฉแก๊งเหลือบทัวร์ ในนาม “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”และ “ทัวร์คิกแบ็ก” อันเป็นภัยต่อประเทศชาติที่ฝังรากลึกการท่องเที่ยวไทยมานาน แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีใครไปแตะต้องแก๊งพวกนี้ เมื่อรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เริ่มเอาจริง ทำให้แก๊งพวกนี้เสียผลประโยชน์ นำประเด็นไปก่อคลื่นใต้น้ำ อ้างว่า คนจีนต่อต้านการมาท่องเที่ยว แต่ที่แท้คือ แก๊งพวกนี้ไปปลุกระดมก่อความวุ่นวายข้ามชาตินั่นเอง

ดังนั้น เรามารู้จักทัวร์จีนกันสักหน่อย โดยเฉพาะแก๊ง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และ “ทัวร์คิกแบ็ก” ว่า แก๊งพวกนี้มีความเป็นมาอย่างไร

นับตั้งแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนอย่างก้าวกระโดด ทำให้ชาวจีนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นและรัฐบาลจีนเปิดโอกาสให้ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศมากขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศแหล่ง

ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน ทำให้มีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

รัฐบาลไทยและจีนได้ทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2536 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการตลาดและการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ซึ่งทางรัฐบาลจีนได้อนุญาตให้ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศโดยให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเท่านั้น และนับตั้งบัดนั้นเป็นต้นมา แก๊งทัวร์ศูนย์เหรียญ และทัวร์คิกแบ็ก ก็กำเนิดขึ้น

หากพิจารณาจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนที่ชอบส่งเสียงดัง โวยวาย ไร้ระเบียบ หลายคนแสดงพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ เป็นต้นว่า เอาเท้าไปแกว่งในอ่างล้างหน้า ขากถุย ยืนปัสสาวะ ถ่ายอุจจาระไม่เลือกที่ จนมีข่าวปรากฏบนสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อต่าง ๆ ทั้งในไทย หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้คนไทยรู้สึก “เอือมระอา” กับสิ่งที่เกิดขึ้น จนอดทนไม่ไหวต้องออกมาต่อต้าน ไม่ให้ต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

แต่ในส่วนของพฤติกรรมของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่มีโครงสร้างผิดเพี้ยน และมีการสร้างรูปแบบที่ผิดไปจากครรลองที่ควรจะเป็นแล้ว สิ่งเหล่านี้ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายและอาจนำมาซึ่งหายนะของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาว

พฤติกรรมของผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่กำลังปลุก “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และ “ทัวร์คิกแบ็ก” ที่เคยสร้างปัญหาให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย วันนี้กำลังรุกคืบกลับมาอีกหน และเป็นสัญญาณอันตรายที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งลงมือแก้ไขอย่างเร่งด่วนในบรรดานักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่มากับ “กรุ๊ปทัวร์” ที่มีมากกว่า 70%  และอีก 30% เป็นพวกที่เดินทางมาด้วยตัวเอง คนกลุ่มหลังนี้เป็นกลุ่มที่เคยมาประเทศไทยแล้ว จึงเลือกที่จะท่องเที่ยวด้วยตัวเอง วางโปรแกรมการเดินทางเอง จองโรงแรมที่พักด้วยตัวเอง

แต่กลุ่มที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือกลุ่มที่มากับบริษัททัวร์ ซึ่งกว่า 80% ในเวลานี้เป็น “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”  และที่หนักกว่าคือ “ทัวร์ติดลบ” ที่บางคนเรียกว่า “ทัวร์เคบี” หรือ “คิกแบ็ก” (Kick back) ขายราคาต่ำกว่าทุนอย่างไม่มีเหตุผล บริษัททัวร์ขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กของคนไทยที่รับนักท่องเที่ยวจีนเวลานี้ ล้วนตกอยู่ภายใต้วงจรนี้ทั้งหมด เพราะโครงสร้างของธุรกิจทัวร์จีนเป็นเช่นนี้ แต่ทัวร์คิกแบ็กจะทำมากในบริษัทของคนจีนกันเองมากกว่า หรือไม่ก็บริษัทที่ใช้ไกด์คนจีนซึ่งสื่อสารกันง่าย กล้าที่จะบังคับข่มขืนใจพวกเดียวกันเองในการซื้อออปชั่นเพิ่ม

ดังนั้น “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และ “ทัวร์คิกแบ็ก” ก็คือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบอกกับเราว่า มากินฟรี เที่ยวฟรี นั่นเอง โดยวงจรอุบาทว์นี้เริ่มต้นมาจากประเทศจีนเอง แม้แต่ทัวร์ในประเทศจีนเองที่พาคนจีนไปเที่ยวต่างมณฑลก็เป็นแบบนี้ วิธีการของทัวร์กลุ่มนี้ เริ่มจากการขายทัวร์แบบขาดทุน ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง หากเจาะลึกลงไปดูธุรกิจเหล่านี้ จะพบว่า บริษัททัวร์ต้นทางจากจีนที่ขายแพ็กเกจทัวร์ โดยคิดแค่ค่าเครื่องบินบวกกำไรนิดหน่อย ส่วนค่าเครื่องบินที่กดราคาลงมาให้มีราคาถูกได้นั้น นิยมใช้เครื่องเช่าเหมาลำ “ชาร์เตอร์ไฟลท์” ซึ่งเป็นที่แพร่หลายกันในหมู่คณะทัวร์ที่มาจากมณฑลที่ไม่มีสนามบินหลัก หรือไม่มีเที่ยวบินประจำเข้าไทย และล้วนเป็นนักท่องเที่ยวที่มาไทยเป็นครั้งแรก

เมื่อเช่าเครื่องบินมาแล้วก็ต้องหาคนใส่ให้เต็มเที่ยวบิน ฉะนั้นคนมาทีหลังอาจยิ่งได้ราคาถูกเข้าไปอีก เพราะขายถูก เอาทุนคืนดีกว่าปล่อยที่นั่งว่าง เสร็จสรรพเมื่อมาถึงเมืองไทยก็ส่งต่อลูกทัวร์ให้บริษัททัวร์ฝั่งไทย โดยไม่ได้จ่ายค่าหัวหรือค่าใช้จ่ายให้ คือให้แต่ลูกทัวร์ แต่ไม่ให้เงินสักบาท จึงเรียกว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”

ส่วน “ทัวร์คิกแบ็ก” สภาพการณ์ก็คล้ายกัน แต่ต่างกันตรงที่เวลานำนักท่องเที่ยวจีนมาให้บริษัททัวร์ฝั่งไทยแล้ว นอกจากไม่ให้เงินแล้ว บริษัททัวร์ฝั่งไทยยังต้องควักเงินไปจ่ายเพื่อ “ซื้อหัว” นักท่องเที่ยวมาอีก ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องมีภาระสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ คนจีนจึงมองว่าประเทศไทยเป็น “จุดหมายปลายทางราคาถูก” ตรงข้ามกับความพยายามสร้างภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็น “จุดหมายปลายทางที่มีคุณภาพ”

บทสรุปก็คือ ปัญหาที่เกิดจากทัวร์ศูนย์เหรียญและทัวร์คิกแบ็ก เป็นการก่อให้เกิดการสูญเสียภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย ในส่วนของบริษัททัวร์ไทย เมื่อต้องกระโจนเข้าสู่วงจรอุบาทว์ของ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และ “ทัวร์คิกแบ็ก” แล้ว เมื่อต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้งค่าโรงแรมที่พัก ค่าอาหาร รถทัวร์ขนส่ง ค่าไกด์นำเที่ยว ก็ย่อมต้องหาทางเพื่อหารายได้เอากับ “ลูกทัวร์” กลุ่มนี้จนกว่าจะคุ้มทุน ขณะเดียวกันอุปนิสัยใจคอของคนจีนเองก็ชอบช้อปปิ้งเวลาเดินทางไปต่างถิ่นต่างเมือง จึงกลายเป็นโอกาสให้ทัวร์วงจรอุบาทว์เหล่านี้ถอนทุนคืนโดยง่าย

ภาพลักษณ์ที่ถูกสื่อสารออกไปข้างต้นนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย และแม้บางกรุ๊ปทัวร์ที่เคยมาประเทศไทย และรับไม่ได้กับการที่ถูกบังคับให้ไปดูแต่โชว์ลามกอนาจาร จนมีการร้องเรียนทางการจีน และมีการสั่งปิดบริษัททัวร์ต้นสังกัดในจีนไปหลายราย แต่กระนั้นดูเหมือนบรรดา “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และ “ทัวร์คิกแบ็ก” ยังคงผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด และมีแนวโน้มทะลักเข้าประเทศไทยไม่หยุดหย่อน

นอกเหนือจากบริษัททัวร์ไทยที่ต้องรับนักท่องเที่ยวจีน และเดินตามโครงสร้างธุรกิจที่บิดเบี้ยว ข้างต้นแล้ว ยังมีประเด็นที่น่าสะพรึงกลัวที่กำลังรุกคืบเข้ามาพร้อมกับทัวร์ศูนย์เหรียญและทัวร์คิกแบ็กที่กำลังไหลบ่าเข้าประเทศไทย นั่นคือ การรุกคืบเข้ามาของกลุ่มนักธุรกิจจีนที่เข้ามายึดหัวหาด เปิดบริษัทนำเที่ยวในไทย   รวมทั้งธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจเหล่านี้เริ่มผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในระยะ 4–5 ปีมานี้ มีทั้งที่ใช้ชื่อคนไทยเป็น “นอมินี” หรือเอาคนจีนเข้ามาสวมบัตรประชาชนไทย แล้วเปิดสำนักงาน ภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงแรมที่พักนับสิบแห่ง เพื่อรับนักท่องเที่ยวจากจีน

โดยเฉพาะพฤติกรรมของกลุ่มทุนเหล่านี้ แรกเข้ามานั้นจะเน้นเรื่องการนำนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก และอ้างต้องการความคงเส้นคงวาของธุรกิจ มีการจัดหาเครื่องบินเช่าเหมาลำขนาด 200 ที่นั่ง หาคนจีนมาให้เต็มทุกที่นั่ง บินเข้า-ออกจากจีนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ส่วนโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหารก็จองยาวข้ามปี ก่อนจะรุกคืบเข้ามาเจรจาถือหุ้นหรือบีบซื้อโดยตรง หาไม่ก็จะยกเลิกหรือโยกไปใช้บริการรายอื่นแทน ปัญหาของการทำธุรกิจในลักษณะเช่นนี้ เริ่มกระทบกับธุรกิจในไทยแล้วในจังหวัดภูเก็ต

“ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และ “ทัวร์คิกแบ็ก” จึงเป็น ทัวร์ปีศาจ ที่มาบ่อนทำลายความมั่นแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งประเทศไทยต้องปราบปรามให้สิ้นซากต่อไป

@ สยามสิน  วลิตวรางค์กูร

ทิ้งคำตอบไว้