วันพุธ, กรกฎาคม 18, 2018
ผู้เขียน โพสต์ของ ADMIN

ADMIN

27 โพสต์ 0 ความคิดเห็น

เบื้องลึกปลด “สมชัย สัจจพงษ์” ไม่สนอง “จำนำประเทศ” ขวางทุนแดนไกลฮุบ “การบินไทย”

นับตั้งแต่ สมชัย สัจจพงษ์ ถูกคำสั่งปลดออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นข้าราชการน้ำดี เป็นบุคคลที่มีคุณค่าในระบบราชการ จึงเป็นข้อกังขาว่า เหตุใด สมชัย สัจจพงษ์ คนนี้ถึงถูกปลดให้พ้นทางในการเป็นแม่ทัพคลัง ซึ่งนั่งในตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ตุลาคม 2558 เป็นระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน ทั้งที่อายุเวลาราชการของสมชัยยังเหลือเวลาอีกประมาณ 2 ปี ก่อนที่จะเกษียณ รายงานข่าวระบุว่า สมชัย สัจจพงษ์ ถูกจับตามาโดยตลอดจากกลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติ ที่หวังผลักดันโครงการยักษ์นับแสนล้านบาทหลายโครงการผ่านรัฐบาลนี้ โดยสมชัยเห็นว่า โครงการยักษ์นับแสนล้านบาทจะก่อหนี้สาธารณะโดยไม่คุ้มค่าและจะนำพาประเทศไปเป็นหนี้ต่างชาติ สมชัยยืนยันในหลักคิดเสมอว่าจะต้องสร้างชาติภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง ไม่นำพาประเทศไปเป็นหนี้สินต่างชาติ ซึ่งเท่ากับว่านำประเทศไทยไปจำนำต่างชาติ โดยต้องแบกรับภาระหนี้สินอย่างหฤโหด และประโยชน์ที่ได้รับไม่คุ้มค่าอีกด้วย และในฐานะปลัดกระทรวงการคลังจะต้องแบกรับปัญหาที่จะต้องถูกบังคับให้ชงเรื่องสนองนโยบายกู้หนี้ต่างชาติ หากเกิดปัญหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมืองก็คือปลัดกระทรวงการคลัง ไม่ใช่รัฐมนตรีหรือรัฐบาลในผลทางกฎหมาย เมื่อสมชัยไม่สนองนโยบายสร้างหนี้ หรือนำประเทศไปค้ำประกัน หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า นำประเทศไปจำนำต่างชาติ จึงสร้างความไม่พอใจอย่างหนักต่อบุคคลในรัฐบาลที่พยายามผลักดันโครงการยักษ์และหวังก่อหนี้นับแสนล้านบาทต่อต่างชาติ จึงพยายามโยกย้ายหรือปลดสมชัยออกจากตำแหน่งให้ได้มากว่า 2 ปีที่แล้ว และยิ่งมีกระแสข่าวว่า...

“กองทัพ” ถึงเวลาต้องทบทวนการปกครองบ้านเมืองกันใหม่

นับตั้งแต่การรัฐประหาร 2557 ประชาชนต่างคาดหวังคณะรัฐประหารกันอย่างมากมาย ในการฟื้นฟูชาติบ้านเมือง เห็นประชาชนไทยเป็นศูนย์กลางของการปฏิรูปบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงแรก มีการจัดตั้งคณะปฏิรูป 11 ด้าน และหวังว่าคณะดังกล่าวจะเป็นผู้วางหลักการปฏิรูป แต่เมื่อเริ่มตั้งคณะก็ไม่ได้เรื่องเสียแล้ว เพราะบุคลากรที่เข้ามา ล้วนแต่ไม่เข้าใจในองคาพายพของบ้านเมือง แต่ยึดติดกับแนวคิดกลุ่มผลประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มทุนผูกขาด แม้ในช่วงแรกอาจเห็นไม่ได้ชัด แต่เบื้องลึกแล้วกลุ่มทุนผูกขาดต่างก็เคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้การปฏิรูปโน้มเอียงไปเพื่อประโยชน์สำหรับประชาชน แต่เข้ามาผลักดันทุกวิถีทางให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้โน้มเอียงไปเพื่อผลประโยชน์สำหรับกลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติเท่านั้น การรัฐประหาร 2557 ถ้าว่าไปแล้ว การรัฐประหารครั้งนี้สนับสนุนโดยประชาชน นายทหารหลายท่านปรารถนาให้เกิดการคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง และเมื่อยึดอำนาจเบ็ดเสร็จแล้ว ก็ปรารถนาให้มีการดำเนินการบริหารบ้านเมืองภายใต้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งตนเองเป็นหลักชัย ไม่เอาทุนนิยมมาบริหารบ้านเมือง แต่ก็ไม่ปฏิเสธการค้าเชิงพาณิชย์ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นฐานประชาชนเป็นศูนย์กลาง แต่เมื่อรัฐประหารแล้ว กลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติ กลับฉวยโอกาสเข้าแทรกแซงเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจสนองผลประโยชน์ของตน เพราะได้โอกาสที่สามารถล้มรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นอุปสรรคของกลุ่มทุนผูกขาดและกลุ่มทุนข้ามชาติ ที่ถูกตรวจสอบโดยภาคประชาชนอย่างเข้มแข็ง ดังนั้น โครงการกินชาติและโครงการขายชาติจึงไม่สามารถผุดขึ้นมาได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 เลย ฉะนั้น การล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 จึงเท่ากับเปิดทางให้กับกลุ่มทุนเหล่านี้เข้ามาแทรกแซงและเข้าครอบครองบ้านเมือง รัฐบาลของคณะรัฐประหารในชุดแรกจึงมีอุปสรรคต่อการได้รับการต่อต้านและพยายามสลายให้มีการเปลี่ยนแปลงและปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันคนที่รับใช้ทุนสามานย์เข้ามาบริหารบ้านเมือง...

เหรียญหมุนเวียน “รัชกาลที่ 10” เริ่มใช้ 6 เมษานี้

กรมธนารักษ์ จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เริ่ม 6 เมษายน 2561 ด้วยกระทรวงการคลัง ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตรูปแบบเหรียญกษาปณ์ ให้จัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อใช้ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 โดยผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน รวม 9 ชนิดราคา ประกอบด้วยเหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ 25 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ พร้อมทั้งได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ออกจ่ายแลกในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561...

ธปท.ออก “ธนบัตรแบบใหม่” กำหนดใช้ “วันจักรี-วันเฉลิม”

วันที่ 8 มีนาคม 2561 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้จัดพิมพ์ธนบัตรแบบใหม่ แบบ 17 เพื่อนำออกใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียน โดยชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท มีกำหนดออกใช้ในวันจักรี 6 เมษายน 2561 และอีก 2 ชนิดราคา คือ 500 บาท และ 1000 บาท จะออกใช้ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 ประชาชนสามารถเบิกถอนธนบัตรแบบใหม่นี้ได้ตามช่องทางปกติ...

กลุ่มค้ายาเสพติด-การเมือง เร่งผุด “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เป็นศูนย์กลางฟอกเงิน

จากกรณีที่มีกลุ่มขบวนการฟอกเงินที่อิงการเมืองได้มีการขยับตัวเคลื่อนไหวระดมเงินทอนที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน และเงินจากขบวนการค้ายาเสพติดเพื่อหาช่องทางฟอกเงิน เพราะเนื่องจากในสถานการณ์ขณะนี้ กลุ่มที่ซุกเงินนอกระบบกำลังไหวตัวกับสถานการณ์ในปี 2561 ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเงินตราไทยใหม่ทั้งระบบ และจะมีการยกเลิกเงินตราเดิมทั้งหมด แล้วนำเงินตราใหม่เข้ามาทดแทนในการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงเป็นสถานการณ์ที่ทำให้กลุ่มที่ซุกเงินทอนไว้ใต้ดิน และกลุ่มที่ซุกเงินจากการค้ายาเสพติด จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้ดิ้นรนเพื่อหวังฟอกเงินให้เร็วที่สุดก่อนที่เงินที่ซุกไว้จะไร้ค่าต่อไป ปรากฏการณ์ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเงินตราไทยใหม่ในปี 2561 นี้ จึงสร้างความร้อนรนอย่างยิ่งกับกลุ่มขบวนการผิดกฎหมายที่ซุกเงินไว้ใต้ดินซึ่งนับจำนวนมหาศาล กำลังหาทุกช่องทางที่จะนำเงินขึ้นมาฟอกให้ทันการเปลี่ยนแปลงเงินตราไทยใหม่ จึงระดมเงินยาเสพติดและเงินทอนของกลุ่มการเมือง เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง โดยมีเป้าหมายบีบให้ คสช.ปลดล็อกทางการเมือง และเร่งให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วก่อนการยกเลิกเงินตราเดิมแล้วเปลี่ยนแปลงมาใช้เงินตราใหม่ อันจะอาศัยการเลือกตั้งนำเงินนอกระบบขึ้นมาฟอกเงินผ่านการหาเสียงเลือกตั้ง แต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองไม่ประสบความสำเร็จ จึงสร้างความร้อนรนอย่างยิ่งของกลุ่มนี้ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ www.siamfocusnews.com ได้รายงานกระแสข่าวจากประเทศลาวและกัมพูชา ว่าเกิดกรณีเงินนอกระบบที่ประกอบด้วยเงินทอนและเงินค้ายาเสพติด ได้มีการเคลื่อนไหวอยู่ตามแนวชายแดนไทย-ลาว และ ไทย-กัมพูชา และจากรายงานเปิดเผยว่า ได้มีการระดมเงินดอลลาร์สหรัฐเข้ามาประชิดชายแดนลาวจำนวนมากเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราไทย โดยแบ่งการแลกเปลี่ยนออกเป็นครั้งๆ ละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ 70 ล้านบาท โดยใน 70...

ขนเงินดอลลาร์ปักหลัก “ลาว” ฟอกเงิน “ไทย” บีบ คสช.ปลดล็อกการเมือง-ฮุบ “การบินไทย”

จากการที่ สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ www.siamfocusnews.com ได้รายงานกระแสข่าวว่า เกิดกรณีมีกลุ่มขบวนการฟอกเงินที่อิงการเมืองได้มีการขยับตัว เพื่อหวังเข้ายึดครองบริษัทการบินไทย โดยที่ผ่านมามีเป้าหมายสร้างเงื่อนไขบีบคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มี ท่านสมชัย สัจจพงษ์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ และคณะกรรมการบริษัทการบินไทย ที่มี ท่านพลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง รักษาการประธานคณะกรรมการบริษัทการบินไทย เพื่อหวังล้มการสรรหาครั้งนี้ หากแผนการล้มการสรรหาครั้งนี้สำเร็จ ก็จะทำให้ภาพลักษณ์การสรรหาครั้งนี้มัวหมอง โดยกระแสข่าวระบุว่า กลุ่มขบวนการดังกล่าวมีการเคลื่อนไหวระดมเงินทุนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท จาก 2 แหล่ง คือ แหล่งแรก ได้เกิดการเคลื่อนไหวหาช่องทางนำเงินจากกองทุนการเงินการธนาคาร และแหล่งที่สอง จากแหล่งเงินนอกระบบ ประกอบด้วย เงินทอน ที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน และเงินจากขบวนการค้ายาเสพติด เพราะเนื่องจากในสถานการณ์ขณะนี้ กลุ่มที่ซุกเงินนอกระบบกำลังไหวตัวกับสถานการณ์ในปี 2561 ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเงินตราไทยใหม่ทั้งระบบ และจะมีการยกเลิกเงินตราเดิมทั้งหมด แล้วนำเงินตราใหม่เข้ามาทดแทนในการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงเป็นสถานการณ์ที่ทำให้กลุ่มที่ซุกเงินทอนไว้ใต้ดิน...

ลือสะพัดระดมเงินยาเสพติด 2 หมื่นล้านหวังฮุบการบินไทย

จากการที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดรับสมัครเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่ได้ประกาศเปิดรับผู้สมัครในรอบที่สอง โดยกำหนดกรอบเวลาการรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน 2560 โดยระหว่างนี้ มีผู้สมัครจำนวน 1 ราย คือ ดร.ศักราช เม่นทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิมโก้ ชิ๊ปยาร์ด จำกัด ต่อมาคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ขยายเวลาการรับสมัครรอบที่สองออกไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ในช่วงเวลานี้ มีรายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่าการรับสมัครรอบที่สองมีจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย ดร.ศักราช เม่นทอง และอีก 4...

สรรหา ดีดี การบินไทย ต้องเลือกผู้ปกป้องและทวงคืนสายการบินแห่งชาติ

ตามที่ สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ www.siamfocusnews.com ได้เกาะติดการสรรหา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) อย่างไม่กระพริบตา เพราะนี่คือข้อพิสูจน์ว่า บริษัทการบินไทยจะถูกนอมินีของกลุ่มทุนสายการบินที่อิงการเมืองที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนส่งเข้ามาเป็น ดีดี เพื่อมาทำลายบริษัทการบินไทยให้กลายร่างเป็นเพียงหน่วยงานบริการด้านเอกสารให้กับสายการบินเอกชนเท่านั้นอย่างที่เคยเป็นมาแล้ว และหากเป็นไปได้ก็หวังทำให้บริษัทการบินไทยขาดทุนย่อยยับเพื่อบีบให้กระทรวงการคลังขายหุ้นทิ้งให้กลุ่มทุนสายการบินเอกชน นั่นเท่ากับแผนการดังกล่าวบรรลุผล ย้อนกาลเวลาถึงขบวนการทำลายการบินไทย เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2544 โดยคณะกรรมการการบินไทยในขณะนั้นมีมติให้การบินไทย แยกหน่วยธุรกิจออกมา 5 หน่วย ประกอบด้วย 1.ช่าง 2.คาร์โก้ 3.โภชนาการหรือครัวการบิน 4.บริการอุปกรณ์ภาคพื้น และ 5.หน่วยบริการลูกค้าบนเครื่องและพื้นดิน มีพนักงานรวมกันทั้งสิ้น 14,000 คนในขณะนั้น เพื่อหวังทำให้ธุรกิจหลัก (Core Business) เหลือเพียงสำนักงานใหญ่ นักบินและลูกเรือ คณะกรรมการฯขณะนั้นอ้างว่า เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน แผนการแยกสลายการบินไทย ได้รับการต่อต้านจากพนักงานบริษัทการบินไทย...

จับตา กรรมการสรรหา ดีดี การบินไทย ให้โปร่งใส นำสู่สายการบินแห่งชาติ

ตามที่ สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ www.siamfocusnews.com ได้นำเสนอข่าว บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี แทน นายจรัมพร โชติกเสถียร ที่ครบวาระเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ไปแล้วนั้น การสรรหาในรอบแรกนั้น มีผู้ผ่านเข้ามาให้คณะกรรมการสรรหาฯ พิจารณา 4 ราย คือ 1.นายดนุช บุนนาค ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 2.นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 3.นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 4.นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้ามวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)...

จับตาสรรหา ดีดี การบินไทย คนใหม่ นำนาวามั่นคงสู่ “สายการบินแห่งชาติ”

ตามที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี แทน นายจรัมพร โชติกเสถียร ที่ครบวาระเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ทั้งนี้ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คนใหม่ ได้เปิดเผยว่า หากมีผู้สมัครน้อยราย หรือมีเพียง 1-2 ราย ก็จะเพิ่มระยะเวลาการรับสมัครออกไปอีก อย่างไรก็ตาม บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยเปิดรอบแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2559 มีผู้สมัครทั้งสิ้น...