วันเสาร์, พฤษภาคม 26, 2018
ผู้เขียน โพสต์ของ admin

admin

32 โพสต์ 0 ความคิดเห็น

ธ สถิต ณ แดนสรวง เพลงสรรเสริญพระบารมี กึกก้องท้องสนามหลวง

https://youtu.be/glrl2RWlAEg “ ธ สถิต ณ แดนสรวง ” เพลงสรรเสริญพระบารมี กึกก้องท้องสนามหลวง เป็นกิจกรรมของประชาชนชาวไทยทั้งปวงต่างลุกกันขึ้นมาทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี มิวสิควีดีโอ “ ธ สถิต ณ แดนสรวง “ ท่านมุ้ย – หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ” ได้ร่วมกับวาทยกร คีตกร นักประพันธ์เพลงคลาสิกชื่อดัง “สมเถา สุจริตกุล” เชิญชวนคนไทยออกมาร่วมร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ร่วมกับวงดนตรีฟิลฮาร์โมนิค และ สยาม ซินโฟนิเอตต้า ออร์เคสตรา และนักร้องประสานเสียง 100 คน บันทึกภาพและเสียงดังกล่าวเป็นมิวสิกวิดีโอนำไปเผยแพร่ในโรงภาพยนตร์และสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ การบันทึกภาพและเสียงดังกล่าวมีขึ้นในวันวันเสาร์ที่ 22 เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2559 ณ บริเวณถนนหน้าพระลาน...

“กองทัพกู้ชาติกะเหรี่ยง” ถวายอาลัย

พล.อ.บ่อจอแฮ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA  สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มีต่อชาวกะเหรี่ยง KNU  ในยามที่ต้องอพยพเข้ามาอยู่ในเขตไทย และลดธงครึ่งเสาร่วมถวายอาลัย พร้อมกันนี้ กองทัพกู้ชาติกะเหรี่ยง ได้มีสาส์นจาก กองบัญชาการสหภาพชนชาติกะเหรี่ยง (KNU)  แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ทรงเมตตาชาวกะเหรี่ยงกะเรนนีเสมอมา

“กองทัพกู้ชาติไทใหญ่” ถวายอาลัย ลดธงครึ่งเสา 15 วัน

รายงานข่าวจากดอยไตเเลง โดย จายยอดแลงวัน ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 กองทัพกู้ชาติไทใหญ่ ณ ฐานที่มั่นดอยไตเเลง  รัฐฉาน "เจ้าเคือเงิน" ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำกองกำลังทหารไทใหญ่  และชาวบ้านทำพิธีรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และยืนไว้อาลัย ถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ  โดยมีคำสั่งจาก พล.ท.ยอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ให้ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน การนี้ นายจาจาย ชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ประเทศไทย เล่าว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ  พระองค์ท่านมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพวกเราชาวไทใหญ่อย่างมาก ครั้งที่มาเกิดความรุนเเรงทางการเมืองกับเมียนมา  ท่านได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้พวกเราไทใหญ่พักอาศัยตามเเนวชายแดนไทยได้

รัฐบาลจีนถวายอาลัย

นาย จาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรี แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วย 4 รัฐมนตรีช่วยว่าการ ร่วมลงนามถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ณ สถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ประจำกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 17.25 นาฬิกา หลังจากนั้นได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวไทย ต่อ อุปทูต, ผู้ช่วยเอกอัครราชทูตทหาร 3 เหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ประจำกรุงปักกิ่ง นาย จาง เกาลี่ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนไทยทั้งปวง ทรงเป็นมิตรสหายของประชาชนจีน และทรงสร้างคุณูปการเพื่อกระชับมิตรภาพจีน-ไทย จึงขอแสดงความไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง จีน-ไทยพี่น้องกัน จีนยินดีร่วมกับฝ่ายไทยใช้ความพยายามร่วมกัน เพื่อกระชับยุทศาสตร์ความสัมพันธ์ฉันหุ้นส่วนทุกด้านให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นางสาว กานติมน รักษาเกียรติ อุปทูตฯ กล่าวขอบคุณนายจาง เกาลี่ ที่เป็นตัวแทนรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนถวายความอาลัยฯ ที่สถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย...

“ปูติน” ผู้ปราบพยศมหาอำนาจ“อเมริกา”

สถานการณ์โลกทุกวันนี้มีแต่จะคับขันขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีทวิภาคี และกลุ่มน้อยใหญ่คอยดูแลผลประโยชน์ให้กันและกัน ไม่ว่าจะเป็น ASEAN, NATO, APEC หรือ SAARC สุดท้ายแล้วประเทศส่วนใหญ่ก็ยังจะต้องดูแลผลประโยชน์ของรัฐบาลตัวเองอยู่ดี การจะไปหวังพึ่งประเทศอื่นให้มาต่อกรหรือยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือไกล่เกลี่ยปัญหาข้ามชาติ ก็ดูเหมือนจะเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ไม่ว่าจะเป็น จีนกับสหรัฐอเมริกา จีนกับสิงคโปร์ อินเดียกับปากีสถาน หรือ แม้กระทั่งการที่จะต้องลุกขึ้นมาสู้กับสหรัฐอเมริกาอย่างฟิลิปปินส์ แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ มานี้ นั่นคือ การวางเป้าหมายลอบสังหารประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย อันเป็นชนวนแห่งการก้าวเข้าสู่โหมดป้องกันตนเอง และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประเทศทั้งในทางการทหารและความมั่นคงของประเทศของรัสเซีย การที่รัสเซียยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือรัฐบาลของประเทศพันธมิตรอย่างซีเรียในเขตแดนตะวันออกกลางท่ามกลางสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด กับพวกกลุ่มกบฏต่างๆ สร้างความไม่พอใจให้กับทางการสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก เนื่องจากสหรัฐอเมริกาหมายมั่นปั้นมือมานานกับการล้มล้างรัฐบาลของอัสซาดลงให้ได้ เพื่อที่จะตั้งผู้นำคนใหม่บนความพยายามที่จะขยายอำนาจไปยังตะวันออกกลาง เบื้องหลังของความบาดหมางระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซียนั้นเริ่มมาจากการเข้าไปพัวพันในสงครามกลางเมืองของประเทศซีเรีย หลังจากที่ทั้งสองประเทศประกาศตัวเป็นศัตรูกับกองกำลังรัฐอิสลาม (ISIS) ที่หนุนหลังโดยซาอุดีอาระเบียทั้งทางการเงินและกำลังอาวุธให้แก่พวกนักรบชาวสุหนี่ที่กำลังพยายามโค่นล้มชาวชีอะห์แห่งอิหร่าน ซีเรีย และเลบานอน แต่แล้วสหรัฐอเมริกาและรัสเซียก็ต้องหันมาข่มกันเอง เนื่องจากผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกัน โดยรัสเซียต้องการที่จะย้ายกองกำลังทหารเข้าไปยังฐานทัพอากาศฮะเมมีม (Hmeimim Air Base ในจังหวัดลาตาเกีย...

“รัสเซีย”จับมือ”จีน”สกัด”อเมริกา”ยึดทะเลจีนใต้

ณ สถานการณ์ในดินแดนแห่งทะเลจีนใต้ นับวันจะตึงเครียดเข้าไปทุกขณะ เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศเข้ามาแทรกแซงและพร้อมก่อไฟสงครามกับประเทศจีน ตามคำประกาศกร้าวของรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐอเมริกาว่าพร้อมใช้สรรพาวุธและเทคโนโลยีในการทำสงครามกับประเทศจีน โดยชี้ชัดว่าจะเข้ามาครอบครองทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเลจีนใต้และเอเชีย-แปซิฟิกทั้งหมด อันเป็นการส่งสัญญาณให้ประเทศจีนเริ่มแสดงแสนยานุภาพทางการทหารและการสงครามในทันที ล่าสุด พันธมิตรสำคัญของประเทศจีน คือ รัสเซีย ได้ประกาศจับมือร่วมทำสงครามและพร้อมที่จะบดขยี้สหรัฐอเมริกาแล้ว หากสหรัฐอเมริกากล้าก่อไฟสงครามในทะเลจีนใต้ ก็จะต้องพบกับแสนยานุภาพของสองชาติมหาอำนาจคือประเทศจีนและรัสเซียที่ได้ระดมแสดงแสนยานุภาพด้วยการซ้อมรบในทะเลจีนใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกา ปฏิบัติการ “จอยต์ ซี-2016” (Joint Sea-2016) เมื่อวันที่ 12 – 19 เดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยทางรัสเซียส่งกองกำลังนาวีจัดการฝึกร่วมทางการทหาร ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ กับประเทศจีนขึ้นในทะเลจีนใต้เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อรหัส “จอยต์ ซี-2016” (Joint Sea-2016) การซ้อมรบครั้งนี้เป็นที่จับตามองของชาวโลก เพราะรัสเซียได้ส่งสาสน์และสัญญาณทางอ้อมเตือนสหรัฐอเมริกา ว่ารัสเซียพร้อมสนับสนุนประเทศจีน หากเกิดสงครามขึ้นในปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ หากพิเคราะห์ให้ลึกลงไปในปัญหาทะเลจีนใต้ เราจะเห็นภาพว่า ทะเลจีนใต้นั้นมีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมหาศาล นั่นจึงเป็นที่หมายปองของสหรัฐอเมริกาที่หวังจะเข้ามาครอบครอง หากประเทศจีนสามารถครอบครองทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินี้ได้ ก็จะทำให้ประเทศจีนยิ่งใหญ่ เข้มแข็ง และอภิมหาร่ำรวยมากขึ้นแน่...

ทะเลจีนใต้ : “อเมริกา”กร้าวเสริมทัพรบ“จีน”

สหรัฐอเมริกาออกโรงท้าทำสงครามกับประเทศจีนแล้ว ล่าสุดประกาศกร้าวต่อชาวโลก ยกข้อกล่าวอ้างว่า ประเทศจีนคุกคามความสงบสุขในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกล่าวหาประเทศจีนว่ารุกรานทางอธิปไตยและการขยายอาณาเขตโดยไม่ชอบ ทั้งทางเศรษฐกิจและทางวินัย การประกาศกร้าวของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ โดยรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาโต้ตอบและยืนยันว่าทางสหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะเสริมความแข็งแกร่งทางการทหารและทางการทูต โดยระบุว่า การท้าทายของจีน ทำให้สหรัฐอเมริกาหวั่นวิตกต่อยุทธศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากเอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่สำคัญทางการค้าและเศรษฐกิจ ล่าสุด รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา แอชตัน คาร์เตอร์ หรือ “นายใหญ่แห่งเพนตากอน” ได้กล่าวต่อกองกำลังทหารสหรัฐอเมริกา ในขณะเยี่ยมกองกำลังทหารและสำรวจเรือรบ คาร์ล วินสัน ที่เมืองซาน ดิเอโก ว่า รัฐบาลวอชิงตันพร้อมเดินหน้าขยายบทบาททางทหารของตนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อสร้างดุลอำนาจขึ้นในพื้นที่น่านน้ำทะเลจีนใต้ ไปจนถึงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งนี้สหรัฐอเมริกาประกาศพร้อมเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพในภูมิภาคเอเชีย โดยการเพิ่มศักยภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ และความพร้อมในการลาดตระเวนทะเลจีนใต้ คาร์เตอร์ ยังได้กล่าวย้ำว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักของสหรัฐอเมริกาในทางการค้า ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเล และเป็นแหล่งพลังงานขนาดมหึมาแล้ว น่านน้ำทะเลจีนใต้ยังถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและดียิ่งมาอย่างยาวนาน คาร์เตอร์ ประกาศกร้าวต่อประเทศจีนด้วยว่า สหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ประเทศจีนรุกล้ำอธิปไตยและความสงบสุขของอาณาประเทศในภูมิภาคนี้ด้วยการบุกรุกและข่มขวัญด้วยกำลังทางการทหาร คำขู่ของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศจีน ย่อมเป็นที่แน่ชัดว่า สหรัฐอเมริกาหวังเข้ามาครอบครองและเข้ามาเกี่ยวข้องในผลประโยชน์ในทะเลจีนใต้ และเอเชีย-แปซิฟิกทั้งหมด @ ไพทยา เผื่อนปฐม

“กองทัพจีน” ประกาศรับมือ “สงครามโลกครั้งที่ 3”

ทุกท่านคงเคยอ่านและได้ชมภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 กันมาอย่างมากมาย และหลายท่านคงเคยสงสัยถึงความเป็นอยู่และสถานการณ์บ้านเมือง ณ ตอนนั้น และบางท่านอาจเคยศึกษาแบบแผนการรบ รวมไปถึงสาเหตุและที่มาที่ไปของสงครามแห่งหมู่มวลมนุษยชาติที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้อย่างละเอียด หลายต่อหลายท่านคงเคยจินตนาการและภาวนาว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นเลย อย่างน้อยก็ในช่วงอายุของท่าน แต่สถานการณ์โลกในปัจจุบัน อีกทั้งการคาดคะเนของผู้ทำนายอนาคตมากมายบ่งชี้ไปในทางนั้น นั่นคือ สงครามโลกครั้งที่ 3 ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทุกวันนี้ความขัดแย้งระหว่างชาติและศาสนาระอุมากขึ้นทุกวัน ความหวาดกลัวของทุกชีวิตบนโลก อาจเยื้องเข้าใกล้ความเป็นจริงแห่งสงครามโลกครั้งที่ 3 มากขึ้น โดยล่าสุด นายฉาง ว่านฉวน รัฐมนตรีกลาโหมจีน ออกโรงเตือนประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ให้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับความเป็นไปได้ของสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้ว ภายหลังจากที่ประเทศจีนปฏิเสธคำตัดสินของศาลโลก ว่าด้วยความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ความเป็นจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คือการก้าวมาเป็นชาติมหาอำนาจของจีนและรัสเซีย ในวาระที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศมหาอำนาจเก่าอื่นๆ กำลังประสบชะตากรรมทางเศรษฐกิจและความไม่มั่นคงแห่งชาติของตน จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะแสวงหาทรัพยากรของประเทศอื่นๆ เข้ามาอุ้มสถานะความย่ำแย่ของตน ด้วยการเข้าไปมีผลประโยชน์ในความขัดแย้งของภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในทะเลจีนใต้ ที่มีน้ำมันสำรองมหาศาล โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเข้ามาควบคุมทรัพยากรน้ำมันในทะเลจีนใต้...

มัณฑะเลย์ (ตอน 2) : ภูเขาเจดีย์แห่งเมืองสกายน์

พระอาจารย์นรมณ์ได้พาผมขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาสกายน์ เขาสกายน์มีความสูง 240 เมตร บางช่วงเป็นทางลาดชัน แต่มีถนนปูน รถขึ้นไปด้านบนได้ จากนั้นก็มีทางบันไดทอดยาวขึ้นด้านบนไปที่ วัด ซุน อู พอนยา ชิน (Soon U Ponnya Shin Pagoda) แวะไหว้พระ สักการะทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต วัดนี้มียอดเจดีย์สูงถึง 29.3 เมตร ภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ บริเวณนี้ถือเป็นจุดชมวิวของเมือง นอกจากจะเห็นวิวของแม่น้ำอิรวดีที่สวยงดงามแล้ว มองลงมาก็จะเห็นเหล่าวัดและเจดีย์มากมายในบริเวณของภูเขาสกายน์แห่งนี้ ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมือง เพราะจะเห็นเมืองโดยรอบ นั่งพักให้หายเหนื่อยซักพัก ถ่ายรูปซักหน่อย ต่อมาก็เดินลงมาจากเขาอีกนิดหน่อย มาที่ วัด อู มิน ทอนซ์ (U Min Thonze Pagoda) หรือวัด 30 ถ้ำ วัดนี้อยู่บริเวณช่วงกลางของเนินเขาสกายน์ ภายในจะมีพระพุทธรูปจำนวน...

สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์

สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ พิทักษ์ชาติ-พิทักษ์สิทธิ-ต้านคอรัปชั่น ภายใต้จรรยาบรรณสื่อสารมวลชน สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ความต้องการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในหลากหลายมิติ เพื่อหวังว่านี่จะเป็นช่องทางหนึ่งในการรวบรวมและประมวลข้อมูลข่าวสารต่างๆ อันเป็นองค์ความรู้ที่จะเปิดโลกทัศน์ในสาระสำคัญของข่าวสารในหลากหลายมิติผ่านทางเว็บไซต์ www.siamfocusnews.com ด้วยความ “เข้มทุกข่าว ทุกเรื่องราวคือความจริง” ภายใต้ “จรรยาบรรณสื่อสารมวลชน” สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ มีจุดยืนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารภายใต้หลักการแห่งเหตุผล และยึดมั่นในหลักการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในเชิงสร้างสรรค์ โดยข้อมูลข่าวสารทั้งหลายที่นำเสนอเพื่อเป้าหมายร่วมกันสร้างสรรค์สังคมอาริยะ และร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศชาติให้เป็นประเทศแห่งอาริยะ แต่กระนั้นก็ตาม สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ ขอย้ำจุดยืนว่าเราจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักการสำคัญที่สุด และเราปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเห็นความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดยทั่วไป รวมทั้งเราจะยืนอยู่กับความถูกต้องและความเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ ขอประกาศจุดยืนว่า เราจักพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศชาติ เราจักพิทักษ์สิทธิมนุษยชน เราจักต่อต้านการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ และที่เหนืออื่นใด เราไม่สังกัดกลุ่มเสื้อสีใด แต่เรายืนอยู่บนฐานแห่งเหตุผลที่มีประเทศชาติเป็นหลักยึดมั่น และอยู่ร่วมกันภายใต้กฎหมายของประเทศชาติ สำนักข่าว สยามโฟกัส ออนไลน์ ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 เดือนกันยายน...